2006/Nov/13

Act 4: ค่ำคืนก่อนภารกิจ (Silent Night)

ผู้แต่ง ดั้งเดิม - ไม่มี
ผู้แต่งใหม่ - Gow27

ค่ำวันนั้น เลนาเรียเดินเข้าไปในเขตชุมชนเล็กๆ เล็กเกินกว่าจะเรียกว่าเมืองได้เต็มปาก ดวงตะวันค่อยๆ ลับขอบฟ้าสีแสด แล้วขยายความมืดแห่งรัตติกาลเข้ามาปกคลุมพื้นที่ทะเลทรายเวิ้งว้างทุรกันดาร เส้นทางที่ตัดผ่านบ้านช่องและร้านรวงสองข้างทางคลาคล่ำไปด้วยผู้คนยิ่งกว่าตอนกลางวัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นพวกที่เสร็จงานประจำแล้วออกมาหาความสำราญกับสุราแลนารียามค่ำคืน

เด็กสาวรู้มาเพียงคร่าวๆ ว่า ในช่วงรุ่งเรืองผู้คนแถบนี้ยึดอาชีพทำเหมืองแร่เป็นหลัก เพื่อส่งออกวัตถุดิบล้ำค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน ผลึกธาตุ หรือแม้กระทั่งเพชรพลอยหลายร้อยชนิดเข้าสู่อาณาจักรมหาอำนาจ มีการขุดดินลึกเป็นโพรงขนาดมหึมาตามทิวเขาน้อยใหญ่

ต่อมาคริสตัลเสื่อมอำนาจ ดินเสื่อมสภาพเกินกว่าจะใช้เพาะปลูกได้ ต้นไม้ใบหญ้าจึงถูกโค่นล้ม เนินหลายลูกกลายเป็นเขาหัวโล้นเหลือแต่สันผาให้ชาวบ้านทุบทำลาย เมื่อทรัพยากรขาดแคลนดินแดนแถบนี้ก็เริ่มหมดความสำคัญลงไป ผู้คนอพยพย้ายครัวเรือนหนีความแห้งแล้ง ทิ้งไว้แต่เพียงเหมืองร้างเงียบสงัด และผู้มีใจรักใคร่ภูมิลำเนาเดิม ณ เบื้องหลังเท่านั้น

"หมู่บ้านนี้ไม่มีชื่อหรอก ทางอาณาจักรเขาลบเราออกจากแผนที่ไปแล้ว"
เธอจำได้ว่านี่เป็นคำตอบทำนองเดียวกันจากปากของชาวบ้านสามคนที่เธอถามเมื่อแรกระหกระเหินมาถึง ความจริงชื่อไพเราะเสนาะหู ก็หาได้มีอิทธิพลใดๆ กับเธอไม่ ในเมื่อมันมีค่าเพียงทางผ่าน หรือโอเอซิสแวะพักสำหรับการบุกฝ่าทะเลทรายกว้างนับร้อยกิโลเมตรเท่านั้น

หนุ่มวัยดึกหน้าตามอมแมมดูไม่น่าไว้ใจหลายคนเหลียวหลังมองเด็กสาวที่พกดาบขณะเธอเดินผ่าเข้ามาในถิ่น บ้างซุบซิบไปพลาง บ้างก็กวัดแกว่งไหสุราร้องแซวไปตามเรื่อง ร้านค้าหลายแห่งแขวนป้ายปิดทำการ เด็กๆ หลับนอนกันหมดแล้ว เวลาสามทุ่ม บ้านช่องหลายหลังก็เริ่มดับไฟมืดลง เหลือแต่เพียงสถานที่บางแห่งซึ่งแขวนตะเกียงหรือโคมแดงสว่างไสวไว้ข้างหน้าตัวอาคารเท่านั้น

เธอตระเวนไปซักพักก่อนจะมาหยุดยืนอยู่หน้าร้านไอเทมขายของเบ็ดเตล็ดแห่งหนึ่งซึ่งปิดประกาศเปิดตลอด 24 ชั่วโมง บนผนังแขวนป้ายสัญลักษณ์รูปอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้มากมาย อาทิ ไขควง ขวดโหล และอะไหล่ชนิดต่างๆ อย่างสวยงาม แต่ก็ดูเก่าและมีสีซีดสากจากการกัดกร่อนของพายุทรายและเศษฝุ่นละออง

ผู้มาเยือนค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปอย่างเงียบๆ ราวกับแอบย่องเบาเข้าไปไม่ให้ใครสังเกต ...

แอ๊ด ... เสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดของประตูไม้บานพับดังขึ้น ภายในร้านมีโคมไฟทรงกลมหลายดวงให้แสงสลัวๆ อย่างทั่วถึง มีไอเทมมากมายถูกจัดแยกวางไว้เป็นโซนอย่างน่าดู แบ่งเป็นหมวดหมู่ของไอเทมในการฟื้นฟูสภาพ หมวดหมู่ของไอเทมเครื่องประดับต่างๆ (Accessory) หมวดหมู่ของอุปกรณ์สำหรับขุดแร่ แล้วก็พวกของใช้จิปาถะอื่นๆ แม้จะไม่ทันสมัยเท่ากับเมืองหลวงที่หรูหราก็ตาม

"ต้องการรับอะไรเหรอ คุณหนู ?"
เถ้าแก่เจ้าของร้านซึ่งเป็นชายวัยกลางคน ถามขึ้นอย่างสุภาพ ผิดกับใบหน้าที่มีหนวดเครารุงรังดูน่ากลัว หลังจากเด็กสาวยืนเท้าสะเอวเพ่งมองสินค้าในชั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นาน เธอเอานิ้วแตะที่คางเหมือนคิดคำนวณอะไรบางอย่าง

เลนาเรียสะดุดกึกกับเสียงลากยานๆ ของเขา ด้วยการชายตามองเถ้าแก่นิดๆ ราวกับไม่แน่ใจว่าเขากำลังเรียกเธอรึเปล่า ทั้งที่ในร้านมีกันแค่สองคน

"ก็ดูภูมิฐานแบบนี้ ต้องเป็นคุณหนูของลูกผู้ดีมีตระกูลแน่ๆ ล่ะ" ชายคนนั้นกล่าวยิ้มๆ ต่อไป แววตาของเขาระคนด้วยความประหลาดใจนิดๆ แต่น้ำเสียงดูจะรู้ตัวดีว่ากำลังพูดอะไรออกไป

"X-Potion หนึ่งขวด กับดาบมิสริลเล่มนี้ พอจะขายได้เท่าไหร่คะ ?" เด็กสาวถามด้วยเสียงเรียบเฉย เธอค่อยๆ หยิบของในถุงออกมาวางโชว์บนเคาน์เตอร์ทีละชิ้น

"ขอโทษนะคุณ ร้านนี้ไม่รับซื้อของมือสอง" วาจาและการตอบสนองของเขา ลดความมีอัธยาศัยลงไปมาก เมื่อลูกค้าเป็นแค่เด็กถังแตกคนหนึ่ง เขาหยิบไม้ขนไก่ออกมาปัดฝุ่นตามชั้นโดยไม่ได้ใส่ใจลูกค้าคนนี้อีก
"ถ้างั้น พอจะใช้แลกกับของอะไรได้บ้างคะ ?" เด็กสาวหงุดหงิดนิดๆ ในท่าทีเสแสร้งแต่ก็ยังอุตส่าห์ตื๊อต่อ

เจ้าของร้านนิ่งไปซักพักหนึ่ง แล้วก็ใช้ไม้ขนไก่ชี้ไปยังชั้นและตั่ง ณ มุมหนึ่งของห้อง ซึ่งมีไอเทมที่ถูกฝุ่นจับหนาตั้งเรียงรายกันอย่างไม่เป็นระเบียบ เธอไม่รอช้า เขยิบเข้าไปพิจารณาดูของอย่างละเอียดลออ ไอเทมในนั้นหลายชิ้นเป็นเพียงของราคาถูกๆ หรือเป็นพวกของมือสอง บ้างก็มีที่ชำรุดเสียหาย อย่างเช่น เต็นท์ที่มีรอยฉีกขาด (Tent) แว่นตากันแดดที่ขาโก่งงอ (Sun-Goggle) หรือหางนกฟินิกส์ที่ขนหลุดไป (Phoenix Down) แต่แล้วเลนาเรียก็สะดุดตาเข้ากับรองเท้าสีแดงเก่าคู่หนึ่งซึ่งวางอยู่ริมสุดของชั้น



เต็นท์ (Tent)


หางนกฟินิกส์ (Phoenix Down)


"นี่คือ ?" เธอหันหน้ามา พลางชี้นิ้วไปยังรองเท้า ชายเถ้าแก่เองก็แอบชำเลืองมองเธออยู่เหมือนกัน

"Dash Shoes ... อธิบายง่ายๆ ก็คือรองเท้าสำหรับนักปั่นหรือพวกตีนผีนั่นแหละ พวกนักล่าสมบัติจะซื้อไว้ใช้กันเยอะ1 มันเอาไว้เพิ่มสมรรถภาพเวลาเคลื่อนไหว คู่นั้นจริงๆ ยังสภาพดีอยู่นะครับ แต่มันตกรุ่นไปแล้ว เลยเหลือค้างสต๊อค"

"ถ้างั้นฉันขอแลกดาบมิสริล กับรองเท้า ..."
"ไม่พอหรอก ดาบเรามีเกลื่อนเมือง แล้วของเยินๆ แบบนี้จะไปขายใครเขาต่อได้" เจ้าของร้านตัดบทขึ้นมาทันทีโดยไม่คิดจะฟังให้จบประโยคจนเด็กสาวทำหน้ามุ่ยนิดหน่อย

"ถ้างั้น ปลอกแขนมิสริลล่ะ ?" เธอเสนอเงื่อนไขใหม่แบบไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ และจำเป็นต้องปลดโลหะสีหม่นที่ห่อหุ้มข้อมือสองข้างออกมายื่นให้เขาพิเคราะห์ดู
"ถ้าปลอกแขนก็โอเคนะ สภาพเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่มีรอยถลอก ..." เขากล่าวในขณะที่พลิกปลอกแขนดูทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียดถี่ถ้วน (แน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่เคยปล่อยให้สัตว์ตัวไหนเข้าถึงข้อมือของเธอได้นี่นา)




ดาบมิสริล (Mithril Sword)


เอ็กส์-โพชั่น (X-Potion)


"ว่าแต่ X-Potion ขวดนั้น สนใจจะแลกกับอุปกรณ์ป้องกันภัยชั้นยอดของเราไหมครับ ?"
"หืม ?" เลนาเรียทำเสียงงงๆ
"ดูแล้ว คุณน่าจะเป็นนักเดินทางมาจากต่างถิ่น ผมเดาถูกใช่ไหม แถวนี้มอนสเตอร์อันตรายรอบตัว เพื่อสวัสดิภาพของตัวคุณเอง ผมว่าควรรับ 'นาฬิกาปลุกเตือนภัย' (Alert Time-clock) ของเราไปซักเรือน" ว่าแล้วเขาก็ยกของชิ้นหนึ่งลงมาจากชั้นด้านหลัง


นาฬิกาปลุกเตือนภัย (Alert Time-Clock)


"มองผิวเผินมันก็เหมือนนาฬิกาธรรมดานะ แต่ภายในมีเซนเซอร์ตรวจจับคลื่นความถี่ที่มอนสเตอร์ขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ เปล่งหรือส่งออกมา ได้ในระยะร้อยเมตร ถ้ามันล่วงล้ำเข้ามา นาฬิกาจะส่งสัญญาณ ..."

กริ๊งงงงงงง ----------!!!

ทั้งสองรีบยกมือมาปิดหูแทบไม่ทัน เมื่อจู่ๆ นาฬิกาก็ระเบิดเสียงกริ่งดังลั่นห้องโดยที่ชายคนนั้นยังอธิบายไม่ทันจบ เสียงของมันเสียดแทงเข้าไปในแก้วหูจนปวดระบมเกินกว่าจะละมือออกมาปิดสวิทช์ได้ เขาเผลอกัดลิ้นตัวเองก่อนจะตาลีตาเหลือกทุบปุ่มหยุดบนยอดนาฬิกาดังโครม นาฬิกาล้มกลิ้งไปบนพื้นก่อนที่จะเงียบเสียงลงในที่สุด

เจ้าของแจ้นออกไปดูนอกร้านว่ามีใครเตรียมจะมาแพ่นกบาลที่ส่งเสียงชั่วช้ารบกวนยามดึกรึเปล่า แต่ทุกอย่างก็ปลอดภัยดี เขาจึงกลับมาที่เคาน์เตอร์เช่นเดิมด้วยสีหน้าที่แสดงความโล่งอกอยู่ไม่น้อย

"มีมอนสเตอร์หลุดเข้ามาในหมู่บ้านเหรอคะ ?" เด็กสาวถามด้วยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนจะค่อยๆ เงยหัวขึ้นมาจากสภาพขดตัวกับพื้นโดยที่นิ้วยังอุดหูอยู่ แล้วทำท่าจะชักดาบออกมา
"ไม่ใช่ๆ เมื่อกี้ผมไปกดโหมดตั้งปลุกสำหรับคนขี้เซา" เขาตอบพลางเอาแขนเสื้อปาดเหงื่อ

"ตกลงมันเป็นนาฬิกาอะไรกันแน่เนี่ย ?"
"ก็ใช้ได้ทั้งสองแบบล่ะนะ มันเป็นนาฬิกาอเนกประสงค์ ... คนงานที่ไปขุดแร่ใต้ดินลึกๆ ก็ซื้อใช้กันแทบทุกคน เพื่อเลี่ยงอันตรายจากหนอนทะเลทรายยักษ์ ... เอ้าดูนี่" ว่าแล้วเขาก็คว้าคู่มือสาธิตวิธีใช้ซึ่งมีใบรับรองสินค้าอย่างเป็นทางการจากสถาบันเทคโนโลยี่ของ 'ฟิคกาโร่' (Figaro)2 มายันปึงบนโต๊ะ

"มันก็น่าสนใจนะ"
เลนาเรียตัดสินใจแลกของฟื้นฟูกับนาฬิกาเตือนภัย แต่น่าจะเรียกว่าทำไปเพราะไม่มีทางเลือกมากกว่า เธอขอแลกอาหารแห้ง หรือของกินเล็กๆ น้อยๆ สำหรับติดตัวเวลาออกเดินทางไกล โดยอ้างว่าจะหาทางเดินกลับบ้านเกิด ความจริงเธอหาโอกาสเปิดประเด็นสู่จุดประสงค์ที่แท้จริงเพื่อระงับกระเพาะที่กำลังโอดครวญอย่างเจ็บปวดอยู่ในขณะนี้

"ไม่ต้องแลกหรอกน่า ผมมีคุกกี้ที่เมียทำไว้ให้ห่อนึง ถ้าไม่รังเกียจก็รับไปฟรีๆ ก็ได้" ชายเจ้าของร้านยื่นคุกกี้ซึ่งห่อด้วยผ้าโปร่งลายลูกไม้สีขาวผูกโบว์น่ารักใส่มือลูกค้าสาว
"มีน้ำใจจังเลยนะคะ" เธอยิ้มที่มุมปากนิดๆ ก่อนจะยัดสัมภาระทั้งหลายแหล่ใส่ถุงผ้า
"มิได้ๆ คุณหนู" เถ้าแก่พูดขณะเธอก้าวออกจากร้านไป

"คุณหนูงั้นเหรอ ... ฮะๆ"
เลนาเรียอดนึกขำขึ้นมาไม่ได้ เธอกลั้นหัวเราะไว้พลางหันซ้ายแลขวาอีกรอบก่อนจะวิ่งกลับที่พักด้วยความตื่นเต้น สมบัติที่เธอไม่ยอมให้หลุดรอดจากมือน้อยๆ ที่หยาบกร้านนั้น ก็คือห่อผ้าสีขาวสะอาดนั่นเอง

"หึหึ ได้ฟันหมูอีกราย กำไรเหนาะๆ นาฬิกานั่นมันแค่ 500 กิล แถมให้อีกสิบอัน ยังคุ้มเลยเฟ้ย ฮ่าๆ ..."
"... ว่าแต่ วันนี้มันเกิดอาเพศอะไรขึ้นมาฟะ มีกองทหารผ่านมาเฉียดหมู่บ้าน แถมยังมีเด็กถังแตกจากต่างถิ่นแวะเวียนมาร้านตูอีก"

ชายแก่ลูบเคราไปมาอย่างพึงพอใจ แล้วรีบวิ่งไปหน้าร้านสลับป้ายเป็นปิดชั่วคราว

- จบ Act4 -


อ้างอิง

1 - อาชีพ (Job) - Theif หรือ Treasure Hunter ของเกมส์ตระกูล FF
2 - เป็นอาณาจักรหนึ่งซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองทางเครื่องจักรกล และเทคโนโลยีเป็นอันมาก (FF6)


ความในใจท้ายตอน

ก็เป็นเนื้อเรื่องเบาๆ ที่แทรกเข้ามาระหว่างค่ำคืนก่อนออกเดินทาง ซึ่งเป็นตอนพิเศษนอกเหนือจากต้นฉบับนะครับ สำหรับ Act นี้ผมต้องการให้บรรยากาศออกมาดูสงบเงียบ และเน้นอารมณ์โดดเดี่ยวของตัวละครที่ต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างตามลำพังในยามค่ำคืนของเมืองชนบทที่ถูกลืม แม้ว่าฉากจะวนอยู่แค่ในเมืองและในร้านขายไอเท็มอเนกประสงค์ แต่ก็นับว่าพอใจครับ (นานๆ ทีจะรู้สึก Happy กับการเขียนซักที)

ตอนเขียนนี่ผมก็ทอดใจไปเรื่อยๆ ตามแต่อารมณ์ศิลปินจะพาไปเลย ไม่ได้มีแก่นสารอะไรทั้งนั้น นอกจากคำพูดบอกใบ้บางประโยค โดยเฉพาะประโยคช่วงท้ายเรื่องถือเป็นกุญแจสำคัญในหลายๆ ประเด็น เพื่อปูทิศทางของเนื้อเรื่อง อีกทั้งยังเผยนิสัยกับ Background ของตัวละครแบบอ้อมๆ ด้วย

Act นี้ ผมพยายามเพิ่มรายละเอียดของไอเทมต่างๆ ที่เลนาเรียจะพกติดตัวไปด้วยน่ะครับ ตอนเป็นเกมส์ วิธีการได้ไอเท็มพวกนี้คือการหาซื้อจากร้านใน Side Story ซึ่งในนิยายเราจะใช้วิธีแบบนั้นไม่ได้ ทุกอย่างต้องระบุที่มาที่ไปให้สมเหตุสมผลครับ

Gow27 (13/11/2006)

Comment

Comment:

Tweet


555+ นั่นเพราะลูกหลอกแบบถาวรไง

แต่อาจจะรู้ภายหลังจากออกจากเมืองนี้แล้วก็ได้ ต้องติดตามดูต่อไป
#8 by Gow27 At 2007-02-25 21:58,
แล้วเจ้าของร้านนั้นก็ปลอดภัยไร้เรื่องราวหลังจากหลอกเด็กสาวนี่นะ
น่าจะโดนอะไร ตอบแทนซะหน่อย เช่นโดนเด็กสาวกำนัลใส่สักเท้าหนึ่ง

หลุย
#7 by L (75.0.254.114) At 2007-02-04 11:17,
ขอบคุณ จัส + กานต์ ที่ยังตามมา ment อย่างสม่ำเสมอนะครับ (อย่าบอกเขานะว่าถูกบังคับอ่าน)

ส่วนสิ่งที่ถาม ขอตอบรวมๆ ดังนี้ครับ

- FFGN ภาคใหม่กำลังเปิดเล่นอยู่นะครับ แต่รู้สึกว่าจะปิดรับสมัครไปแล้ว เพราะเห็นว่ากำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายในการปราบบอสใหญ่ และฉาก Ending ของแต่ละตัวละครก็จะตามมา (สรุปแล้ว ก็ไม่ได้เล่นอยู่ดี)

- แอบดีใจครับ ที่ให้เจ้าของร้านเป็นคนสองหน้า แล้วทำให้จัวกะกานต์นึกไปทางนั้นได้

- สำหรับจัส ยินดีครับ โบนัส 2 มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ครับ (โปรดสังเกตจำนวนตัว "ก" นะ) คราวนี้ขอรูป เลนาเรีย นะๆๆ (ถ้า ปุคาจิ ตกลงจะวาดให้จะรีบส่ง spec ไปให้เลย) ส่วนรูปที่วาดส่งให้แล้ว รออีกไม่กี่ act นะครับ แล้วจาลงให้ดูกัน

แต่จะยินดียิ่งกว่าถ้ามี โบนัส 3, 4, 5.... ไปเรื่อยๆ จน fic อวสานครับ
โครมมม ... โดนตีหัวด้วยความโลภมาก

- ประสิทธิภาพของนาฬิกาจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามดูกันนะ ดีไม่ดีอาจจะไม่ได้ใช้เลยก็ได้ เหอๆ ส่วนฉาก action สำหรับ episode นี้และถัดๆ ไปอาจจะมีการเปลี่ยนนิสนึงครับ หวังว่าคงจะชอบมากขึ้นนะ แต่เห็นด้วยว่าแต่งฉาก action สนุกที่สุดเลย รองลงมาต้องเป็นฉากรัก อิอิ

- หางนกฟิสิกส์ แก้คำผิดแล้วนะครับ ขอบคุณที่ช่วยพิสูจน์อักษร (มี จัส กะ Reedit ช่วยกัน 3 สาวแล้ว เหอๆ)

ขอบคุณสำหรับทุก comment นะครับ
#6 by Gow27 At 2006-11-18 02:02,
กว่าจะตามอันทัน
เนื้อเรื่องตอนนี้เรียบง่ายตามชื่อจริงๆ แฮะ

เลจังโดนเข้าแล้วไงง่า...
คิดเหมือนคอมเมนต์ก่อนหน้านี้นะคะที่นึกว่าเป็นคุณลุงใจดี ที่ไหนได้แอบลอบกัดซะงั้น แง่มๆ~
ว่าแต่นาฬิกาซอมซ่ออย่างนั้นมันจะใช้ได้จริงเหรอน่ะ ถ้าเจ๊งตอนคับขันเลจังจะเป็นไงน่อ - -
/me ตั้งตารอฉากแอ็คชัน ชอบฉากนั้นที่สุดแล้ว เหอๆ~

*เอ่อ...พี่คะ ตรงไอเท็มหางนกฟีนิกซ์ คำว่าฟินิกซ์มันเขียน Phoenix ไม่ใช่เหรอ (เก็บมันทุกรายละเอียดนั่นล่ะ)
#5 by Karn_Ko (203.113.51.104) At 2006-11-18 00:15,
แอบฉุนเจ้าของร้านหน่อยๆ = =

นี่กล้า...หลอกเลนาเรียจังของชั้นรึ???
(ไปเป็นของเจ๊ตั้งแต่เมื่อไร)

ไอ้เราอุตสาห์อ่านนึกว่าจะเป็นคุณลุงแซนต้าใจดี

พูดไปพูดมาข้าน้อยก็ชักอยากเล่นเกมส์
FFGnจังแฮะ = =||||

ไม่แน่ใจว่าพี่เก้าเขียนชื่อขนนักตรงใต้ภาพประกอบผิดหรือปล่าวค่ะ ^^?
ฟังดูแปลกๆหรือว่าจัสจะคิดไปเอง^^"

ตอนนี้ข้าน้อยขอไปไล่เก็บฟิคพี่ทริคก่อนล่ะ ><
ว่าแต่เหลือบไปมองเม้นต์ที่3 ^^
จะเอาโบนัสอีก2ไหมท่าน ^^
#4 by The Judge (124.120.92.200) At 2006-11-15 15:34,
ขอบคุณสำหรับ ment ครับ

ตอบ 2 คน

Trigger - หารูปจากใน Google + เว็บ FF ประกอบกันน่ะ

Detonator - ภาพคาแร็คเตอร์รอแป๊บนะ เดี๋ยวเข็นออกมาอวดโฉมแน่นอน อุอุ ตอนนี้มีภาพ 2 ตัวละครแล้ว พอผ่านอีกซักประมาณ 3 Act ก็คาดว่าจะลงให้ดูกันครับ

ส่วนเรื่องบ้ายอ นั่น .... ผิดนะครับ
เหตุผลที่แท้จริงเป็นอย่างไร อ่านไปเรื่อยๆ น่าจะกระจ่างชัดออกมาเอง (อ่าว spoil อีกละตู)
#3 by Gow27 At 2006-11-14 19:10,
โดนพ่อค้าหลอกฟันซะแล้ว สงสัยหิวจนหน้ามืดตาลาย

แต่จากที่พ่อค้าเรียกว่าคุณหนูทันทีที่เห็นครั้งแรก แสดงว่ามีราศีผู้ดีจับอยู่บ้าง(ชักอยากเห็นภาพคาแร๊คเตอร์แล้ว ว่าจะรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง )

ดูท่าทางจะบ้ายออีกตะหาก ... หรือไม่ก็เมื่อครั้งยังอยู่ที่บ้านเกิดของตัวเอง คงไม่เคยมีใครมากล่าวชมแบบนี้มาก่อน

quote
ตอนเขียนนี่ผมก็ทอดใจไปเรื่อยๆ ตามแต่อารมณ์ศิลปินจะพาไปเลย ไม่ได้มีแก่นสารอะไรทั้งนั้น นอกจากคำพูดบอกใบ้บางประโยค โดยเฉพาะประโยคช่วงท้ายเรื่องถือเป็นกุญแจสำคัญในหลายๆ ประเด็น เพื่อปูทิศทางของเนื้อเรื่อง อีกทั้งยังเผยนิสัยกับ Background ของตัวละครแบบอ้อมๆ ด้วย
/quote

ผมว่าไม่เห็นเหมือนอ้อมเลยครับ
#2 by Detonator At 2006-11-14 18:33,
ชอบรูปประกอบ เจ๋งดี
ไว้ผมหามามั่ง

ว่าแต่พี่เอามาจากไหนอ่ะ?
#1 by Trigger At 2006-11-13 23:23,