2006/Nov/20

Act 5: ดึกดื่นก่อนภารกิจ (Silent Night 2)

ผู้แต่ง ดั้งเดิม - ไม่มี
ผู้แต่งใหม่ - Gow27

ครั้นกลับถึงที่พัก เด็กสาวก็หย่อนก้นลงบนคานม้านั่งอย่างเหนื่อยอ่อน เธอหอบอยู่นานหลายนาทีจนกระทั่งขับไล่ความอิดโรยออกไปได้หมด สภาพแขนขาถูกยืดออกสุดเหยียดไปคนละทิศคนละทางอย่างไม่สงวนกริยามารยาท ก่อนจะค่อยๆ ปลดผ้าคลุมที่พันร่างกายไว้ตั้งแต่หัวจรดเท้าออกช้าๆ แล้ววางพาดไว้ที่พนักพิง

ชายคานั้นถูกสร้างอย่างหละหลวมภายในเพิงเล็กๆ ริมบ่อน้ำ ซึ่งมีไว้สำหรับผู้สัญจรไปมา ได้ตักน้ำใช้สอยกันในช่วงหัววัน ในเวลากลางคืน บริเวณนี้จัดว่าเป็นสถานที่รโหฐานที่ปลอดคนแห่งหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากระยะทางที่ตั้งแยกห่างจากตัวหมู่บ้านไปหลายร้อยเมตร ประกอบกับบรรยากาศที่วังเวง อึมครึม ทำให้ผู้คนหวาดกลัวเหล่าโจรผู้ร้าย หรือการประกอบอาชญากรรมต่างๆ รวมทั้งสัตว์หิวเลือดแห่งท้องทะเลทรายที่ออกล่าเหยื่อในเวลาฟ้ามืดสนิท

เลนาเรียยกแขนขึ้นมาปาดเหงื่อที่หยดย้อยลงมาถึงคาง แล้วรีบแกะห่อขนมอย่างเร่งรีบด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความรำคาญราวกับมันเป็นอุปสรรคขวางกั้นปากท้อง เธอใช้วิธีฉีกกระชากถุงอย่างแรงแทนที่จะค่อยๆ แก้มัดปมเงื่อนของริบบิ้นน้อยๆ อย่างใจเย็น จากนั้นจึงยัดมือเข้าไปในถุงที่ขาดวิ่นจนขนมหกล้นออกมา

คุกกี้รูปลักษณ์ต่างๆ ทั้งวงกลม สี่เหลี่ยม และบางชิ้นที่มีถั่วบดผสมอยู่โดนป้อนใส่ปาก กระเดือกลงคอภายในกำมือเดียว แทบจะไม่ได้เคี้ยวเพื่อลิ้มรสชาดของมันให้คุ้มค่าสมกับความอดอยาก

"แค่กๆ"
มีเสียงไอติดๆ กันหลายหน ความมูมมามทำให้คุกกี้ที่หยาบกระด้างยิ่งฝืดคอหนักขึ้นไปอีก เด็กสาวผละจากที่นั่งไปยังบ่อน้ำข้างๆ ซึ่งมีฝาครอบกันสิ่งปนเปื้อน เธอใช้ถังที่ผูกติดกับรอกหย่อนลงไปในบ่อหินที่ลึกจนมองไม่เห็นเบื้องปลาย

จ๋อม ... ถังไม้เก่าๆ กระทบผิวน้ำเบาๆ พร้อมจังหวะกระเพื่อมเป็นวงเล็กๆ ภายใต้ก้นบ่อ

เธอพยายามตักจนรู้สึกว่าน้ำหนักของถังพอเหมาะแล้วจึงสาวมันกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงแค่นี้ก็ได้น้ำดื่มน้ำใช้อย่างสบายสำหรับอาหารมื้อสำคัญ ... น้ำนั้นค่อนข้างใสสะอาด ถึงจะมีเม็ดผงปนอยู่ประปรายก็ตามที

ในหัวของเด็กสาว บัดนี้ไม่มีแม้แต่ความหิว เหลือแต่คำสั่งของสมองให้รีบหาสารอาหารอะไรก็ได้เข้าสู่ร่างกายให้มากที่สุดโดยไม่คำนึงถึงความอร่อย คุกกี้มีรสชาดที่แย่มากในความคิดของเธอ มันแข็งราวกับก้อนกรวด มีกลิ่นหืนนิดๆ แถมยังมีรสเค็มและเปรี้ยวเจือด้วย ทำให้เธออดคิดไม่ได้ว่า ชายเจ้าของร้านจงใจยัดเยียดสิ่งนี้จากกิ๊กสาวคราวลูกที่เข้ามาติดพันเพื่อกำจัดทิ้งเสียกระมัง

ผู้ยัดทะนานมื้อค่ำค่อยๆ เอนหลังพิงแผ่นไม้ซึ่งตอกเป็นพนัก พลางเหม่อมองดวงจันทร์ทั้งสองดวง ซึ่งดูเหมือนว่า มันมีขนาดใหญ่โตขึ้นทุกวัน จนเริ่มเห็นปุ่มขรุขระของพื้นผิวเด่นชัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แสงจันทราที่ฉายลำกวาดไปบนพื้นที่แห้งแล้ง กับเสียงกรีดหวีดหวิวของทรายที่ปั่นป่วน ทำให้สถานที่นี้ดูหดหู่และเศร้าสร้อย ...

"เราจะทำยังไงต่อไปดี ... ใช้ชีวิตแบบนี้ดีแล้วเหรอ" เด็กสาวรำพึงด้วยน้ำเสียงที่หมองหม่น ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววเลื่อนลอย ไม่ผิดกับคริสตัลบนคอของเธอ นาฬิกาเดินไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า จนหน้าปัดแสดงเวลาเกือบตีหนึ่งจึงตัดสินใจเข้านอน

ขณะนั้น มีชายวัยกำดัดสามคนซุ่มหลังโขดหิน เฝ้ามองเด็กสาวอยู่ห่างๆ ด้วยกล้องส่องทางไกลในความมืด

คนแรกซึ่งมีรูปร่างล่ำสัน สวมเสื้อโค้ททับเสื้อกล้ามหลวมๆ ตัดกับผิวมันเยิ้ม และดูท่าทางแข็งแรงที่สุดเอ่ยปากขึ้นก่อน
"เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวไปทำอะไรในที่เปลี่ยวๆ อยู่ตรงนั้นวะ ?" เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยก่อนจะรอความเห็นของคู่หูอีกสองคน ที่กำลังเอามือป้องตามองไปยังศาลาพัก

หนุ่มคนที่สองซึ่งดูฉลาดเฉลียวที่สุดในกลุ่ม แต่มีรูปร่างสันทัดลงมาหน่อยรับกล้องมาจากคนแรก
"ข้าแอบดูมาสองวันแล้วลูกพี่ 'ดิโอ' (Dio) กลางวันน้องคนนี้จะเที่ยวเดินเตร็ดเตร่ในเมือง ส่วนกลางคืนก็จะไปนั่งจับเจ่าอยู่ข้างๆ บ่อน้ำ บางทีก็ทำท่าเหมือนร้องไห้กระซิกๆ" เขาแสดงความเห็น

"จริงของแก 'บิกส์' (Biggs) ข้าก็เห็น" ดิโอพยักหน้า
"ข้าคิดว่าเค้าคงมารอใครซักคน อาจจะเป็นพวกอกหักถูกทิ้ง เลยมาประชดชีวิตอยู่แถวนี้ก็ได้"
"คิดไปนู่น หัวหน้าเรา" บิกส์ส่ายหัว
"หรือไม่ก็พวกหลงทางอยู่กลางทะเลทรายนี่แหละ ... แล้วแกคิดว่าไงวะ 'เวจ' (Wedge) ?" ดิโอหันไปมองลูกน้องอ้วนกลมอีกคนที่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอะไรมานาน

"งั้นจะรอช้าอยู่ทำหยังอ่ะลูกพี่ ... ข้าเห็นเด็กสาวๆ แล้วมันเสี้ยน อดใจไม่อยู่ อยากจะ ..." เวจแสยะยิ้มด้วยความหื่นพร้อมๆ กับลูบไล้มือไปมาอย่างกับคนวิปริต ชั้นไขมันในพุงของเขากระเพื่อมดึ๋งดั๋ง ก่อนจะถูกผู้ที่มันเรียกว่า 'ลูกพี่' ตบกบาลคว่ำ

"ไอ้เวร สันดานชั่วจริงๆ พวกมึงนี่"
ชายหัวหน้ากล่าวด้วยสีหน้าที่ขึงขังแล้วดึงกล้องคืนจากมือเวจ จนลูกน้องพากันคอตก

"ต้องให้หัวหน้าอย่างข้าชิมก่อนสิเว้ย เข้าใจมั้ย ..." ดิโอส่องกล้องดูซ้ำ
"ชิ จะว่าไปมันก็ไม่ใช่ระดับที่คุ้มค่าพอจะเสี่ยงเลย เด็กก็เด็ก หน้าตาก็งั้นๆ สัดส่วนก็ ... ไม่บึ้บบั้บ แต่ก็ยังดีกว่านั่งขดเป็นกุ้งแช่แข็งตรงนี้เฉยๆ ล่ะวะ" ดิโอหงุดหงิดเพราะไม่มีใครพกกล้องอินฟาเรดมา
"ก็บ่นแบบนี้ทุกที สุดท้ายก็งาบพุงปลาไปหม่ำคนเดียว ..." บิกส์ถอนใจได้ครั้งเดียวก็โดนตบกลิ้งไปอีกคน
"หุบปากว้อย !! จำไว้ พวกแกเข้าไปล็อคตัวมันแล้วลากลงมาที่พื้น ที่เหลือหน้าที่ข้าจัดการเอง เข้าใจมั้ย"
"ครับๆ" ทั้งสองตอบกลับเนือยๆ

ครั้นดิโอออกคำสั่งลูกน้องที่รับฟังอย่างเสียไม่ได้เสร็จ ทั้งสามก็ค่อยๆ แอบย่องเข้าไปทางด้านหลัง เริ่มดำเนินการตามแผน

เลนาเรียลุกขึ้นบิดไปบิดมาสองสามรอบ จากนั้นก็เอาผ้าคลุมปัดแผ่นไม้ที่เปื้อนไปด้วยทรายให้สะอาดแล้วล้มตัวลงนอน เธอใช้ถุงสัมภาระใบโตแทนหมอนก่อนจะค่อยๆ ดึงผ้าคลุมผืนนั้นมาห่อหุ้มร่างกาย

เด็กสาวผู้ไม่ล่วงรู้ชะตากรรมขดตัวแน่นกระชับ ริมฝีปากสั่นระริกเพราะความหนาวเหน็บของแดนทะเลทรายที่ร้อนอบอ้าวในช่วงกลางวันแต่เย็นยะเยือกในช่วงกลางคืน เหตุใดจึงรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด คืนนี้เธอไม่สามารถข่มตาหลับได้ง่ายนัก เป็นไปได้ว่าความตื่นเต้นจากภารกิจใหม่ๆ ที่ต้องเผชิญในรุ่งสาง มีผลให้เด็กสาวกระสับกระส่ายมาก

สามชายโฉดหมอบอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของชายคาเรียบร้อยแล้ว พวกเขาซุ่มอยู่หลังเสาในทิศอับสายตาที่ศีรษะของเด็กสาวหันมา ผมสีชมพูอ่อน ไหวอยู่รำไร ดิโอให้สัญญาณบิกส์กับเวจเตรียมเข้าตระครุบ ...

แต่แล้ว พวกเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่ออยู่ดีๆ ว่าที่เหยื่อสวาทก็สะบัดดาบฟาลซิออนที่กอดไว้ออกจากปลอก ชูมันขึ้นฟ้าทั้งที่นอนอยู่

ดาบนั้นพลันเรืองแสงสีแสดอ่อนๆ แล้วก็เริ่มเข้มขึ้นๆ เป็นสีออกแดงสด มีคลื่นไอร้อนแผ่ขยายออกมาจากเปลวดาบที่มันปลาบไปทั่วบริเวณศาลานั้น ผิวหน้าของชายทั้งสามอุ่นขึ้นมาราวกับกำลังอิงเตาผิงอุ่นๆ ในห้องพัก จากนั้น ดาบก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มราวกับห้วงน้ำในพื้นสมุทร มีคลื่นความเย็นแผ่ออกมาสมทบกับบรรยากาศรอบข้างให้อุณหภูมิลดต่ำลง

"เข้าไปดิวะ" ดิโอ ออกแรงผลักบิกส์กับเวจ ที่ยืนเกร็ง
"หัวหน้าเก่งสุดก็ต้องเข้าไปก่อนดิ" บิกส์กับเวจพูดด้วยสีหน้าเหวอเต็มที่ เอาขาฝืนไว้เต็มแรง

ดิโอกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ แล้วชักมีดออกมา
"ไอ้ปอดแหก ! ข้าเนี่ยนะจะกลัว ข้าคือท่านดิโอ ผู้ขุดดินได้ถึงวันละสามสิบกระบะรถเชียวนะเฟ้ย !"
"ไม่เห็นน่าเกรงขามตรงไหน" บิกส์สบถเบาๆ
"เอางี้ พวกเรารุมเข้าไปพร้อมกันสามคนเลยละกัน ยังไงมันก็แค่เด็กผู้หญิงกำลังเล่นวิชาปาหี่อะไรซักอย่าง จริงมะ ฮะฮะ" ดิโอหัวเราะด้วยสีหน้าตื่นๆ เขาดึงทั้งสามมายืนล้อมวงแล้วเอามือวางประสาน
"ไปเลย !"
หัวหน้ากรรมกรกล้ามสะบึมกระซิบขึ้น จากนั้นทั้งหมดก็กรูเข้ามาพร้อมกัน

เปรี๊ยะ ! มีเสียงลั่นเหมือนเม็ดประทัดขนาดเล็กที่เด็กๆ ชอบเอามาขว้างเล่นดังขึ้น ดาบสีน้ำเงินเข้มจางหายไปและแปรสภาพเป็นโลหะที่ห่อหุ้มแสงเรืองสีเขียวอ่อน คล้ายหลอดนีออน ควบคู่ไปกับเสียงแตกออกเป็นทอดๆ ของประจุไฟฟ้า ยุงที่บินมาสัมผัสระเบิดดำเป็นจุณ

สะเก็ดไฟเม็ดหนึ่งช็อตเข้าที่ปากหนาๆ ของดิโอ ทำให้เขากรี๊ดลั่นอย่างเสียขวัญ ดิโอทิ้งมีดหลังหันโกยแน่บออกจากสิ่งก่อสร้างเข้าไปในเขตทะเลทราย บิกส์กับเวจก็ไม่เอาด้วย ต่างล้มลุกคลุกคลานเผ่นหนีตามหัวหน้า

"หัวหน้า ! ไหนบอกว่าจะเข้าไปพร้อมกันไงขี้โกงนี่หว่า !"
"แกจะบ้าเรอะ มันมีดาบเลเซอร์นะเว้ย ข้ายังไม่อยากขาดกลาง !"
"มีคนใช้ของไฮเทคแบบนั้นในหมู่บ้านเราด้วยเรอะครับ ?! ผมว่า เด็กคนนั้นเป็น 'นักดาบเวทย์มนต์' (Magic Fencer) มากกว่านะ"

"จะอะไรก็ช่างบ้านเอ็งเหอะ ถ้าอยาก ก็เชิญไปคนเดียวละกัน" ดิโอยังคงวิ่งหน้าตั้งต่อไปโดยไม่คิดชะลอฝีเท้าลง
"เรามันแค่กุ๊ยกระจอกนี่นะ อย่าหาเรื่องตายเร็วดีกว่า" บิกส์วิ่งตีคู่ไปกับดิโอ
"ลูกพี่ บิกส์ อย่าทิ้งผมมมม ~"
เวจซึ่งอยู่รั้งท้ายร้องเรียกด้วยพุงที่กระเด้งขึ้นลงไปมาอย่างน่าดู จนกระทั่งทั้งสามหายลับขอบฟ้าไป

เด็กสาวผุดลุกขึ้นมองพวกกลุ่มชายโฉดซึ่งร้องโหวกเหวกหนีไปไกล เกินกว่าที่เธอจะตามทัน

"โอย ให้ตายสิ คนจะมาตักน้ำกิน เราดันทำให้พวกเค้าตกใจเผ่นป่าราบซะฉิบ ว่าแต่ทำไมไม่บอกกล่าวกันดีๆ ก่อนนะ จู่ๆ ก็พรวดพราดเข้ามายังกะจะทำมิดีมิร้าย" เธอเกาหัวแกรกๆ อย่างเบื่อหน่าย แล้วทิ้งตัวลงนอนพังพาบอีกครั้ง

"เอาเถอะ มันเป็นกิจวัตรของเราทุกคืนอยู่แล้ว ถ้าไม่ฝึก ใจมันไม่สงบพอจะข่มตาหลับซักที"
พูดจบเด็กสาวก็ร่ายคาถา ไฟ (Fire), บลิซาร์ด (Blizzard), และธันเดอร์ (Thunder)1 ผ่านเปลวดาบวนซ้ำกันอีกสามสี่รอบ ก่อนที่เปลือกตาของเธอจะค่อยๆ หรี่ลงและปิดสนิท ความคิดลางเลือน จนกระทั่งผล็อยหลับไปในที่สุด

- จบ Act5 -


อ้างอิง

1- เป็นมนต์ดำพื้นฐานของเกมส์ตระกูล FF ทุกภาคนะครับ โดยจะแบ่งธาตุจู่โจมเป็น 3ลักษณะหลักๆได้แก่ ไฟ น้ำแข็ง และสายฟ้า ซึ่งในขั้นแรกจะมีแต่ชื่อคาถาห้วนๆ แต่ถ้าเป็นมนต์ที่สูงขึ้น จะต่อท้ายด้วยคำว่า "-ร่า" และ "-ก้า" ตามลำดับ เช่น ไฟร่า (ไฟระดับกลาง) และ ไฟก้า (ไฟระดับสูง) เป็นต้น


ความในใจท้ายตอน

ก็จบไปซักทีกับตอนอู๊ๆ แฮะตอนหน้าจะเป็นการออกเดินทางอย่างจริงจังแล้วก็เข้มข้นขึ้นอีกนิดนะครับ (แล้วก็จะมี 'เอลน่า'กลับเข้ามาร่วมขบวนการป่วนเพิ่มเติม)

สำหรับตอนนี้กลุ่มคนที่ปองร้ายเลนาเรีย ตั้งใจจะให้เป็นกุ๊ยกระจอกๆ เพื่อเสริมบารมีตัวละครหลักให้เด่นขึ้นมา คิดอีกที ก็ควรเอาตัวละครที่เกี่ยวโยงกับ FF แทนที่จะจับพวกโนเนมมาออกโรง สุดท้ายเลยเข็นพวก บิกส์ เวจ และดีโอ นักเพาะกายผู้คุม 'โกลด์ ซอร์เซอร์'(Gold Saucer - FF7) มายำเล่นทุเรศๆ ในบทของนักขุดแร่ห่ามๆ ไร้ชื่อ

คิดอย่างไรกับตอนนี้ ช่วย ติ-ชม ด้วยนะครับ

Gow27 (20/11/2006)

Comment

Comment:

Tweet


อุอุ ก็คงจริงตามนั้น

เรื่องประสาทสัมผัสนี่ยังมีกล่าวถึงในบทอื่นๆ เดี๋ยวติดตามต่อไปนะ (ชอบ ment ไปโดนประเด็นเรื่อย)
#8 by Gow27 At 2006-11-23 21:25,
คนเก่งขนาดไหนก็ตาม ตอนหลับ ก็เป็นจุดอ่อนอยู่น่ะครับ ยิ่งถ้าเป็นในเมือง ที่คนเดินไปมาเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีเสียงแปลกปลอมขึ้นมา เราจะรู้ได้ยังไงว่า เป็นเสียงคนเดินปกติ หรือเป็นเสียงของผู้ไม่หวังดี

เหมือนกับ ถ้าเราอยู่ในที่เงียบๆคนเดียว แล้วมีคนแอบย่องเข้ามาด้านหลัง เราจะรู้ได้ทันที และสงสัยไว้ก่อนว่าเป็นผู้ร้าย

แต่ถ้าเป็น ริมถนนใหญ่ใน กทม. ที่มีเสียงอึกทึกครึกโครม ใครมาข้างหลัง ถึงเราจะรู้สึกตัว ก็จะไม่ได้สนใจ(เพราะมันก็มีเป็นประจำ และบ่อยมากๆ)

ฟังดูแปลกๆ แต่ก็เป็นจริง ... ผมมาอยู่ กทม. นี่ หูตึงขึ้นเยอะ ( เมื่อก่อนจะมาอยู่ กทม. ผมเป็นคนหูไวตาไว , เข้ากทม. มาแล้วกลายเป็น เห็นคนเยอะ ตาลาย หูตึง )
#7 by Detonator At 2006-11-23 20:22,
มาตอบ 2 ment ที่เหลือ ก่อนจะลงตอนถัดไป

The Judge - เห็นหลายคนพูดถึงการช็อตยุง เลยได้คิดถึงไอ้ไม้รูปร่างคล้ายไม้เทนนิสที่คนที่บ้านกวัดแกว่งไปมา (เมื่อก่อนผมไม่รู้จักว่ามันคืออะไร) แต่สำหรับกรณีนี้ ยุงมันบินมาชนเองน่ะครับ เข้าทำนอง แมงเม่าบินเข้ากองไฟ

ส่วนกรณีอื่นๆ เดี๋ยวหลังไมค์ไปคุยนะ

Detonator - อุอุ ดีโอ ภาคนี้เปนคนใหม่ไปเลยครับ ไม่มีไรเกี่ยวข้องกับนักกล้ามใน FF7 ภาคนี้เป็นแค่จับกังขุดแร่ธรรมดาๆ ชุดที่ใส่ก็ตามที่บรรยายไว้ คือใส่เสื้อกล้ามและมีเสื้อแจ็คเก็ตโทรมๆ โครงๆ คลุมทับ ตัดกับกล้ามมันเยิ้ม (K มั่กๆ)

ส่วนที่ว่า อยู่ข้างนอกคนเดียว หรือต่อให้เปนในเมืองกับผู้คน จริงๆ ก็คงไม่กลัวหรอกครับ (อาจเพราะมั่นใจในฝีมือ) ทว่า ความอึดอัดทางใจนี่ ,,, ทำให้ทนอยู่ไม่ได้ เหอๆ
#6 by Gow27 At 2006-11-23 11:07,
^ อยากเห็นภาพเร็วๆจริงๆ

อยู่ในเมืองที่มีแต่คนทรามอันตรายกว่า อยู่ที่เปลี่ยวห่างไกลผู้คนสิน่ะครับ อืม

ว่าแต่ Dio ในเรื่องนี้ เขายังใส่ กกน. สีแดงสด ตัวเดียวอยู่รึเปล่าครับ
#5 by Detonator At 2006-11-21 17:47,
เผยตัวแล้ว!!! ในที่สุดเลนาเรียก็ป็นนักดาบเวทมนต์ !! โอ้วเท่!

ว่าแต่เลน่าจัง..เล่นไปฝึกเวทคนเดียวกลางทะเลทรายปล่าวเปลี่ยวแถมยังมีการแกว่งดาบเป็นการออกกำลังเล่นอีกต่างหาก ^^"

เป็นเราก็เผ่นป่าราบสิท่าน!!!!

ว่าแต่...เอาไปช็อตกับอะไรก็ได้ที่มันไม่ใช่ยุงได้ไหมพี่อ่านแล้วชักเห็นด้วยกับท่าน ทิด

เป็นอันว่าภาพประกอบเลนาเรีย มังกือและ..ย.ริซ
หนูพุกตกลงยอมวาดเรียบร้อย ^^
คงจะได้เห็นกันภายในเร็ววัน><
#4 by The Judge (124.120.94.24) At 2006-11-20 21:19,
ตอบ 2 reply ประจำก่อน (ฮ่าๆ fic นี้มีคนอ่านอยู่ ประมาณไม่เกิน 5 คน)

Trigger - บิกส์ กับ เวจ นี่ไม่จำกัดภาคนะ เพราะถ้าเอาจากภาค 7 พวกนั้นก็เป็นคนดีน่ะสิ ส่วนดิโอ นั้นเห็นว่าเป็นตัวละครที่เหมาะกับงานจับกังที่สุด เลยยกมาเป็นหัวหน้าก๊วน

Deto - สาเหตุที่เลือกทำเลกบดานริวขอบทะเลทราบ มีอยู่ 2 เหตุผลครับ

หนึ่งก็คือ เธอเอาป้ายประกาศล่ามอนเสตอร์ไปปักไว้ ณ บริเวณแถบนี้ ตอนแรกที่ระหกระเหินมาถึง และเป็นจุดเดียวที่สามารถหาน้ำใช้ได้โดยไม่ต้องเสียตัง และใช้ได้ตามใจชอบ

สองก็คือ ใน Act 1 ได้เกริ่นถึงว่า เพิ่งออกมาจากป่า ซึ่งน่าจะเป็นด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างที่เธอยังไม่อยากสุงสิง หรือไม่สะดวกใจที่จะพำนักอยู่ในชุมชนปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์จำนวนมาก เลยยอมที่จะลำบากตรากตรำมากกว่าต้องให้ผู้หญิงตัวคนเดียวไปแหมะอยู่แถวๆ แหล่งเสื่อมโทรม อนึ่ง ในช่วงแรกๆ ก็ได้มีการสำรวจเมืองในระดับหนึ่ง พบว่าเต็มไปด้วยมาเฟีย ขอทาน และคนเถื่อนซัดเซพเนจรว่อนอยู่ในเขตเมืองโทรมๆ เต็มไปหมด สุดท้ายจึงมาลงเอยในที่ๆ สงบเงียบเชียบ แสนเปลี่ยวเหงาแห่งนี้แล
#3 by Gow27 At 2006-11-20 16:28,
#1 ไม้ตียุง คิดไปได้ lol (ผมก็คิด)

เลนาเรีย เลือกทำเลกบดานได้แย่มากๆ ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมไม่พักอยู่ในเมือง - -? อายในสภาพที่ตัวเองเป็น หรือ กลัวใครจะมาเห็น หรือเป็นประเภทชอบปลีกวิเวก

คงต้องดูต่อไป

....ถ้าผมเป็นเจ้า Dio แล้วมาเจอเลนาเรีย อยู่ในที่เปลี่ยวคนเดียวแบบในเรื่อง มันก็อดคิดลึกไม่ได้เหมือนกันมั้ง , อ่า แต่ว่าศิลธรรมอันดี บอกว่าไม่ควรทำ

ที่ควรทำคือ ต้องเข้าไปจีบก่อน :P
#2 by Detonator At 2006-11-20 16:09,
ถ้าเอาบิกส์เวดจ์จากภาค 7 ก็น่าจะมีเจสซี่ด้วยนะพี่ ^^!~

ดีโอแอบหลุด ดาบเวทย์มนต์เหมือนไม้ตียุงเลย 555
#1 by Trigger At 2006-11-20 12:26,