2006/Nov/20

Act 6: คนเบื้องหลัง (The Chosen One)

ผู้แต่ง ดั้งเดิม - Nihil, Gow27 และElna
ผู้เรียบเรียง และปะติดปะต่อ - Gow27
ผู้ดัดแปลง และเพิ่มความสมบูรณ์ - Gow27

ไอแดดอ่อนๆ ณ อีกฟากของขอบฟ้าสีส้มเรือง และเสียงของผู้คนกลุ่มหนึ่งที่แว่วมาแต่ไกลปลุกให้เด็กสาวเผยอเปลือกตาขึ้นช้าๆ เลนาเรียค่อยๆ ยันกายท่อนบนลุกขึ้น เธอรู้สึกปวดหนึบที่ศีรษะ ครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่พอสมควร ร่างกายหนักอึ้ง อากาศเยือกๆ ที่กระทบผิวมิใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้เธอต้องโอบกอดตัวเองโดยพลัน

"เป็นไข้ซะแล้วเรา ..." เธอละมือที่บีบขมับตัวเองอย่างแรงแล้วหรี่ตาลงอย่างท้อแท้
ฝีเท้าจำนวนมากดังใกล้เข้ามาในระยะไม่ถึงห้าสิบเมตรท่ามกลางบรรยากาศสลัวทึม มันผสมด้วยการสนทนาอย่างเนือยๆ ไร้อรรถรส ประกอบกับการเดินในลักษณะลากเท้าผ่านคลื่นทรายเย็นเฉียบ ผู้พำนักเหลือบดูนาฬิกาซึ่งเข็มสั้นชี้อยู่ระหว่างเลขห้ากับเลขหก จากนั้นก็รีบฝืนสังขารลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เก็บข้าวของต่างๆ ให้เรียบร้อย

เด็กสาวจัดผมเผ้าและเครื่องแต่งกายให้เข้าที่ เมื่อกลุ่มนักขุดแร่ขนาดย่อมราวๆ หกถึงเจ็ดคนเดินเข้ามาในศาลา แวะผ่านมาตักน้ำใส่กระติก สีหน้าของพวกเขาไม่ได้แสดงความแปลกใจนักที่เห็นเด็กคนเดิมแวะเวียนอยู่แถวนี้เป็นวันที่สาม แต่ก็ยังไม่มีคำทักทาย หรือการไต่ถามใดๆ ต่อคนแปลกหน้า

บางคนชายตามองนางด้วยสายตาเหยียดๆ ราวกับเห็นกาฝากที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อของหมู่บ้าน จะกล่าวเช่นนั้นก็ไม่ผิดนัก เด็กสาวรู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูก จึงได้แต่นั่งก้มหน้านิ่ง พลางลูบตะเข็บห่อผ้าสีน้ำตาลเข้มที่สากเหมือนกระสอบอยู่ไปมา

ชายบางคนไม่มีความกระดากอาย หรือกระมิดกระเมี้ยนที่จะนุ่งผ้าเช็ดตัวยืนอาบน้ำโทงๆ ตรงนั้น จังหวะดิ้นเร่าๆ จากสายน้ำเย็นเจี๊ยบที่เสียดแทงเข้าสู่ไขสันหลังประสานเสียงครวญครางสอดรับกันฟังประดุจดนตรีแสนอดสู นี่สินะที่เขาเรียกว่า 'หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ถ้ามันหนาวนัก ก็ราดมันด้วยน้ำที่เย็นสะท้านซะเลย'

เลนาเรียนั่งรอจนทุกคนเสร็จธุระของตัวเอง แน่นอนว่าเธอไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน แม้แต่จะเดินหลบออกท่ามกลางผู้คน เพราะกลัวคำกระทบกระเทียบที่จะพาลยิงใส่ชนิดรดต้นคอ ทันทีที่หันหลังให้มันมาหมาดๆ

กระทั่งเหล่าชายฉกรรจ์เดินหายลับไปในความอึมครึมของเนินตะคุ่ม ซึ่งมุ่งหน้าไปที่เหมืองแห่งใดแห่งหนึ่งในทิวเขาทิศตะวันตก เธอตักน้ำขึ้นมาใส่ถังเปล่าที่วางอยู่เรียงรายรอบบริเวณ มือสองข้างวิดน้ำขึ้นพรมหน้าซีดๆ เพื่อเรียกคืนความสดชื่น ลำคอแห้งผากและร้าวระบม เนื้อตัวเหนียวเหนอะแต่ทำได้มากที่สุดตอนนี้ก็แค่แปรงฟัน เด็กสาวกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ...

โครม ! เธอทุ่มขันน้ำลงพื้น แล้วเตะมันกระเด็นไปติดมุม ก่อนที่จะคว้าสัมภาระกับผ้าคลุมเดินกระทืบเท้าฝุ่นตลบออกจากเพิงพักนั้น ...

******

หลังจากหลับเป็นตายเพราะการต่อสู้ที่หอคอยอเลคซานเดรีย เมื่อเอลฟ์ร่างจิ๋วนามว่า 'เอลน่า' (Elna) ตื่นขึ้นอีกครั้งพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบ เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ของปราสาทขับไล่ในการเก็บกวาดซากปรักหักพังและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอยอดดาดฟ้า ทำให้มังกรดำคาบเธอบินเลี่ยงมาไกล จึงได้แต่เดินโต๋เต๋ไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

หลับไปแป๊บเดียวทำไมแถวนี้มันแปลกตาไปหมดเลย
นี่ถ้าไม่ได้สลบเพราะฝืนเทียบเชิญเจ้าโจโกโปะอ้วน (Chubby Chocobo) จอมตะกละเข้าล่ะก็ ป่านนี้เธอคงได้สวาปามอาหารเลิศรสร้อยแปดเมนู ได้จิบไวน์ผลไม้กลมกล่อมที่บ่มมาหลายสิบปี รวมถึงนอนแช่อ่างน้ำจากุซซี่หรูๆ ในพระราชวังโออ่าไปเรียบร้อย คิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย เพราะนอกจากจะกระดำกระด่างเป็นเอลฟ์ตากแห้งจนรับบทดาราจำเป็นแบบ 'เอริส' (Aeris) ที่ไหนไม่ได้แล้ว ยังติดหนี้เจ้าโจโกโปะยักษ์ขาวพุงพลุ้ยเรื่องผัก 'กีซาล' (Gysahl Green) อีกนับสิบทะนาน


ผักกีซาล ของโปรดของโจโกโปะ

เธอให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะไม่เรียกมันอีกชั่วชีวิต ...
เมื่อรู้สึกตัว เอลฟ์ผิวลายก็จมปลักกลางทะเลทรายแปลกๆ ที่นึงในโลก
"ทำยังไงดีเนี่ย สงสัยหลงทางแน่" เอลน่าเกาหัวแกรกๆ อยากจะโทษมังกรดำที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ แต่ก็คิดว่าอย่าดีกว่า

ครั้นมาถึงทางแยกสองแพร่งจึงงัดไม้ตายก้นหีบสุดท้ายออกมาใช้ เอลน่าเอาดาบตั้งฉากกับพื้นโลก แล้วตั้งสมาธิ มังกรดำจ้องตามอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อดาบหลุดจากมือดาบเล่มนั้นลอยอยู่เหนือพื้นมีแสงสว่างพวยพุ่งออกมา
แกร๊ง ... พริบตานั้นเองดาบก็ล้มลงไปทางขวามือ
"โอเค ไปทางขวากันเถอะ" แล้วเอลน่าก็เลือกเดินไปทางขวา

เคราะห์ดีที่ทางนั้นเป็นทิศไปสู่หมู่บ้าน เอลน่ากับมังกรที่เห็นภาพจางๆ ของบ้านเรือนสังกะสีภายใต้คลื่นความร้อนและภาพลวงตา ก็ดีใจเป็นอันมาก

ขณะวิ่งสลับกระโดดด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมด้วยความหวัง มังกรดำก็ร้องอย่างประหลาด และมีชายผู้หนึ่งปรากฏขึ้นมาขวางหน้าอย่างไม่รู้ตัว ชายคนนี้แต่งกายด้วยชุดคลุมสีเงิน มีผมสีทอง และมีอักขระแปลกๆ ตามชุด เขาเดินตรงเข้ามาหาเอลฟ์สาวแล้วก็เริ่มพูดอย่างไม่รีรอราวกับเตรียมท่องบทไว้ล่วงหน้า

"สวัสดี ผู้ถูกเลือก ผมมีนามว่า 'เทริเอล' (Teriel)" ชายผู้นั้นแนะนำตัวอย่างสุภาพชวนให้ใส่ใจฟังต่อ
"ตอนนี้เวลาใกล้เข้ามาแล้ว โลกอาจเหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น เวลาของ 'มัน' ใกล้จะมาถึงแล้วจงรีบรวบรวมคริสตัลที่เหลือให้ครบ แล้วนำไปไว้ที่ 'คริสตัลพาเลส' (Crystal Palace) โดยด่วนเลย ตอนนี้รู้สึกการทดลองของชินระจะสำเร็จแล้ว ..." เขาทำหน้าซีเรียสเท่าที่ความบิดเบี้ยวของใบหน้าและคิ้วดกยาวจะปั้นได้

"... อีกไม่นาน ลูซ (Luze) มันคงเริ่มแผนสุดท้ายแน่ เร็วเข้าเถอะ 'ผู้ถูกเลือก' จงรีบเข้า" แล้วเขาก็เดินจากไป ร่างของเขาค่อยๆ หายไปช้าๆ ปล่อยให้เอลน่ายืนงงต่อ

"เดี๋ยวก่อนสิคุณเทริเอล หมายความว่ายังไง จู่ๆ คุณก็มา และจู่ๆ คุณก็แว่บ ปวดหัวจัง ... เฮ้อ" เอลน่ารู้สึกว่าต้องเคยเจอคนๆ นี้ที่ไหนมาก่อนแน่ๆ แต่คิดไม่ออก จะยื่นมือออกไปดึงเขาไว้ก็ไม่ทันเสียแล้ว มังกรดำยื่นหน้ามามองด้วยความเป็นห่วง พลางครวญในลำคอ เอลฟ์ตาสีครามเห็นดังนั้นจึงบอกกับมันว่า
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ถึงฉันจะจำไม่ได้เลยซักนิดว่าตัวเองเป็นใครหรือเจ้าเป็นใครก็ไม่เห็นจะสำคัญอะไรเลย ที่สำคัญตอนนี้ก็คือ ..."

โครก ...
"... จะเอาอะไรกินตะหาก คงต้องหางานทำอีกแล้ว แต่ ... อย่างน้อยเขาก็พูดในสิ่งที่สอดคล้องกับภารกิจของเรานะ เอ ... แล้วเรื่องคริสตัลแสงล่ะ ?" เอลน่ายังไม่รู้ด้วยซ้ำถึงบทสรุปของภารกิจก่อนหน้า ขณะที่กำลังยืนคิดทบทวนความทรงจำอยู่นั้น มังกรดำก็เอาอุ้งมือของมันสะกิดหลังให้หันไปมอง

มีคนสามคนยืนอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน คนหนึ่งในนั้นเธอจะไม่มีวันลืม มันคือ อนาซิเน่ตัวแสบ !

น้องสาวของอเนซิโน่ที่บังอาจสาปมังกรดำของเธอเป็นกบตอน Episode 1 (ถ้าจำไม่ได้โปรดย้อนกลับไปดูแล้วอย่าลืม comment ด้วยนะ) จึงตรงเข้าไปหลบอยู่หลังชะง่อนหินซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า คอยเงี่ยหูฟังและเฝ้าดูความเคลื่อนไหว

แล้วเอลน่าก็เห็นสาวน้อยแต่งกายคล้ายเด็กหลงถิ่นนางหนึ่งที่ไม่รู้จัก ที่คอของเธอมีอัญมณีอะไรบางอย่าง

"คริสตัลลม ! เล็กมากแต่ใช่แน่" เอลน่าโพล่งออกมาจนมังกรต้องเอาอุ้งเท้ากดศีรษะคู่หูแนบลงกับพื้น เอลฟ์สาวดิ้นพราดๆ ด้วยความร้อนของแผ่นศิลาที่อาบแสงอาทิตย์มาทั้งวัน

ที่มองปั๊บก็รู้ปุ๊บ เพราะเอลน่าเป็นเอลฟ์ จึงมีประสาทตาและหูในการแยกแยะภาพและเสียงดีเยี่ยม
"ถ้าเก็บคริสตัลไปได้ล่ะก็ คุณคนที่ชื่อเทริเอลเมื่อกี้ต้องจ่ายอย่างงามแน่จริงไหม ?" เธอหันไปมองมังกรดำ โดยมีมือกุมแก้มซึ่งแดงก่ำซีกหนึ่งไว้ มังกรดำส่ายหน้า

"ไม่จริงได้ไง ยิงนัดเดียวได้นกสองตัว ได้จัดการยัยตัวแสบ กับได้คริสตัล งานดีๆ อย่างนี้มีที่ไหนอีก" มังกรดำยังคงส่ายหน้า
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ผู้หญิงที่มีคริสตัลอยู่กับอนาซิเน่ ก็คงไม่ใช่คนดีอะไรหรอก คริสตัลนั้นก็คงไปจิ๊กใครมาอีกทีแหงๆ" มังกรดำจ้องหน้าอยู่นาน แล้วจึงถอนหายใจ

"ไม่มีปัญหาแล้วใช่ไหม งั้นต้องสะกดรอยตามมันไป สบโอกาสเมื่อไหร่ก็ ลุยทันที !"
เอลน่าสะกดรอยตามสองพี่น้องตลอดคืน จนกระทั่งถึงเช้าที่เลนาเรียต้องออกเดินทาง ...

หนทางทั้งหมดได้มาบรรจบกันด้วยเจตนารมณ์ของพระเจ้าแล้วกระนั้นหรือ ?

- Act 6 -


อ้างอิง + ความในใจท้ายตอน

ตอนนี้ไม่มีการอ้างอิงอธิบายรายละเอียดหรือเกร็ดย่อยใดๆ นะครับ แต่อยากจะมาทบทวนชื่อที่สำคัญๆ ของตัวละครที่ปรากฎใน Episode 1 - 2ซักเล็กน้อยเผื่อต้องเจออีกในอนาคต ซึ่งเป็นตัวละครสำคัญมากครับ

- "ลูซ" คือ Luze Fithoslusec ประธานของชินระ ที่ขึ้นดำรงตำแหน่งต่อจาก รูฟัส ที่เกริ่นไว้ใน Episode 1 ตอนแรกสุด
- "อเนซิโน่" (Anexino) คือ พี่ชายของ "อนาซิเน่" (Anaxine) ปรากฏตัวสู้กับพวกเอลน่าใน Episode 1
- "อนาซิเน่" คือ พี่สาวของ "อนอนซินู" (Anonxinu) ซึ่งน้องสาวคนนี้เพิ่งโผล่มาใน Episode 2

คราวนี้ตัวละครหลักบ้างนะครับ
- "เอลน่า" (Elna) เป็นเอลฟ์สาวที่สังกัดขบวนการพิเศษ นามว่า ฮันเตอร์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจคุ้มครองครัสตัลคู่กับหน่วย Seed (ของ บาลัม การ์เด้น) ขณะนี้กำลังหลงทาง
- "มังกรดำ" เป็นคู่หูของเอลน่า เท่าที่ดูแล้วไม่ได้อยู่ในฐานะสัตว์เลี้ยง แต่เอลน่าพร่ำบอกอยู่เสมอว่าเป็น "พี่ชายแท้ๆ" ของเธอ ตั้งแต่ต้น Episode 1 แล้ว ความจริงเป็นอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป หรืออาจจะเป็นความลับที่ถูกกลบฝังไปกับตัวละครนี้เลยก็ได้
- "เลนาเรีย" (Lenalia) สาวนักเดินทางอีกคนซึ่งเพิ่งเผยตัวว่าเป็นนักดาบเวทย์มนต์ การเดินทางและจุดหมายยังไม่ชัดแจ้ง ทว่า กำลังต้องการเงินทองและอาวุธหายากจำนวนมหาศาลไว้กับตัว เครื่องรางประจำกายคือสร้อยคริสตัลลมของแท้ ที่ติดตัวมานาน อาจจะไปขโมยใครมาก็ได้ ตรงนี้ต้องดูต่อไปว่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องแง่ไหนกับตัวละครอื่นๆ
- "เอกซ์" (X) มนุษย์วิหคซึ่งดำรงสายพันธุ์แห่งเทพ มีธนูเอลฟินเป็นอาวุธ แถมยังสั่งการวัลคีรี่ปลอมๆ ออกมาได้ รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับตัวละครนี้ยังเก็บงำเป็นความลับ แต่ยังมีโอกาสที่จะเจอกันอีก

คุณผู้อ่านอาจจะงงนิดหน่อยสำหรับเรื่องราวตอนที่เอลน่าปรากฎตัวอีกครั้งนะครับ ดูแผนภาพนี้นะครับ



เมื่อเอลน่าได้พบหมู่บ้านซึ่งตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทราย ทันใดนั้นเธอก็เห็นการหารือระหว่างเลนาเรียกับพวกอนาซิเน่ เรื่องดาบออกแกนิกส์ในช่วงต้น Episode 2 เธอจึงปีนขึ้นไปบนชะง่อนหินเพื่อแอบดู แต่ได้ยินสิ่งที่คุยกันไม่ถนัดจึงวางแผนซ้อนกลขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งจากนั้นพอถึงเช้าวันรุ่งขึ้นที่ทุกคนต่างมีภารกิจของตนเองเวลาจึงมามาบรรจบกันในที่สุด กล่าวคือ

- เลนาเรีย ออกเดินทางไปยังเขาโฮบานุส (หลังเตะถังน้ำ)
- สองพี่น้อง ยังนอนอุตุอยู่ในโรงเตี้ยม
- เอลน่ากับมังกรดำ สะกดรอยตามสองพี่น้องในโรงแรมเดียวกัน

หวังว่าคงเข้าใจนะครับ แหะๆ

Gow27 (23/11/06)

Comment

Comment:

Tweet


เขียนได้เห็นภาพมากๆฮะ อย่างเช่น ตอนที่เดินเข้าถ้า...หากสังเกตุดีๆ รูนั้นมีอยู่นับไม่ถ้วนตามผนังและซอกหิน !...อ่านไปแล้วคิดไปนี่...บรื๋อ...ได้อารมณ์มากๆ
แล้วก็...elna กลายเป็นหมูขาวยืน 2 ขา...ฮ่าๆ...อันนี้คิดได้ไงเนี่ย
#8 by ช.ช้าง (58.64.106.103) At 2006-12-08 01:24,
ตอบ The Judge ครับ

- เรื่องของเทริเอลที่โผล่มาพูดแป๊บๆ แล้วก็หายไป เอลน่าจงใจพูดว่า "ปวดหัวจัง" คล้ายๆ กับเป็นการรำพัน คล้ายคนบ่นอุบอิบกับตัวเองแบบไม่รู้ตัวน่ะครับ ส่วนเรื่องบทสนทนาที่ดูเหมือนจะตัดอารมณ์ของเทริเอล อันนี้จัสเก่งที่จับพิรุธได้ เพราะเป็นเนื้อหาส่วนที่คุณ Nihil ได้แต่งเอาไว้ครับ เพื่อไม่ให้ spoil เรื่องราวในอนาคต (ซึ่งผมยังไม่ได้วางแปลนไว้ชัดเจน) จึงไม่อยากใส่รายละเอียดอะไรมาก กลัวจะผิด เลยให้พูดยั้งๆ สั้นๆ ให้ตรงประเด็นไว้ให้มากที่สุด

- ฉากเอลน่าพบกับเลนาเรีย มีให้เห็นแน่ครับ โปรดติดตามตอนต่อๆ ไป จะว่าไปแล้ว ตัวละครเรื่องนี้ ทำไมมีแต่นางเอก แล้วพระเอกหายไปไหน ใครเคยสงสัยบ้างไหม ?

- ประเด็นสุดท้าย เรื่องที่เลนาเรียหงิดหงิดนั้น จงใจใส่ไว้ให้คนอ่านตีความพฤติกรรมกับปมในจิตใจเองครับ เหมือนที่ Detonator ลองทายมา (ผิดถูกยังไม่เฉลยครับ) ... การหงุดหงิดในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่า จู่ๆ เธอก็ระเบิดอารมณ์รุนแรงออกมา ในลักษณะที่โกรธเกรี้ยวต่อชะตากรรม ซึ่งเป็นความท้อแท้ต่อสภาพที่กำลังเผชิญ ที่ Detoฯ กล่าวอาจจะมองคนละแง่กับที่ผมมอง ทว่า ตั้งใจจะสื่อให้เหนคนที่ว่า "ทำไมชั้นต้องมาเจออะไรอย่างนี้ด้วย ทำไมๆๆๆ" ประมาณนั้นแล

ขอบคุณ น้องจัสมากครับ
#7 by Gow27 At 2006-12-04 03:55,
ฮะแฮ่มตอนแรกตั้งใจว่าจะเม้นต์ ณ วันที่ 6 แต่ในเมื่อตอนนี้ซ้อมเปียโนเสร็จ+กับแม่ปล่อยให้เป็นคาบว่าง~~

ก็ดอตมาอ่านฟิคต่อซีท่าน >< ฮ่าๆ
มาๆ จัสขอเม้นต์หน่อยดีกว่า ^^

"เดี๋ยวก่อนสิคุณเทริเอล หมายความว่ายังไง จู่ๆ คุณก็มา และจู่ๆ คุณก็แว่บ ปวดหัวจัง ... เฮ้อ"

ตรงนี้อยากให้พี่เก้าลองคิดอีกแง่ว่าจะเปลี่ยนประโยคนี้ให้ เอลน่านำคำพูดนี้
จู่ๆคุณก็มาคุณก็ไป>>>เป็นคิดในใจดีกว่าไหมงับ? ประมาณว่า ปวดมันแปร๊บแล้วเอลน่าก็คิดในใจว่าปวดหัว

หึหึชอบที่มังกรดำสะกิดๆแฮะ นั่งนึกแล้วเหมือนเห็นภาพมังกรตัวโตยืนด้วยสองขาหลังกระพริบตาปริบๆ กำลังใช้เล็บจิ้มๆหลังเจ้านายยังไงยังงั้นเลย></

( ฮิ้ว~~~พวกบ้าสัตว์อสูร)


มีการแอบดอตตามหลังพวกเลนาเรียไปแถมด้วยการทิ้งปริศนาด้วยอีก ฮืมม์ น่าติดตามแฮะ><

สำหรับบทนี้ก็คงเป็นการติดประเด็นชวนคิดเกี่ยวกับเอลน่าและเลนาเรีย ^^
ลุ้นๆอยากให้สองสาวมาพบกันเร็วๆจริง>< ส่วนภาพรวมๆจัสว่าโอเคนะ ^^แต่อยากให้ไปลงรายละเอียดว่าเลนาเรียดูหงุดหงิดให้เพิ่มขึ้นมากกว่านี้หน่อยนะงับ><

แต่รู้สึกพี่เก้าเหมือนจงใส่ใส่บทสนทนาตัดอารมณ์ตอนที่ ทรีเอล โผล่มาจัง
เหม่กำลังจะimage ภาพพี่แกอยู่พอดี><


#6 by The Judge (124.120.94.143) At 2006-12-02 15:20,
ment ตอบทุกคนเหมือนเดิม ... อุ วันนี้มี surprise ด้วย

Detonator - ของ Deto คงต้องตอบเหมือนเดิม ว่า ขอให้ติดตามต่อไปครับ อิอิ (ให้ติดตามไปกี่ครั้งแล้วเนี่ย เนื้อเรื่องไม่กระดึ๊บไปไหนซักที) ... จะว่าไปที่วิเคราะห์มาก็ถูกนะ ถูกแบบจังๆ ด้วย ความหมายของฉากเตะถังน้ำตั้งใจจะสื่อให้เห็นความหงุดหงิด โกรธเกรี้ยว และท้อแท้ในสภาพ + ชะตากรรมของตัวเอง แล้วก็ไม่รู้จะไปลงที่ใคร ... จะว่าไปก็ทายได้ตรงกับที่สื่อเลย เจ๋งๆ

Nana - ตอนแรกกด ment มาเจอไป 4 ข้อความ ดูผ่านๆ แล้วนึกว่า The Judge มาตอบ แต่พอดูชื่อ อ้าวไม่ใช่ ... เลย surprise มากครับ เย้ๆๆๆ มีเหยื่อ ... เอ๊ย สมาชิกรายใหม่เข้ามาติดตามแล้วครับ ... ซึ้งจนน้ำตาไหล (เว่อร์ซะ)

ขอบคุณครับที่ ment มาซะยาวเหยียด แถมละเอียดมาก เพราะว่าผู้แต่งได้ประโยชน์จากข้อเสนอของ Nana มากครับ ทำให้รู้แนวทางในการปรับปรุง fic ให้สมบูรณ์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งขึ้น... แล้ววันเดียวทุ่มเทอ่านจบเนี่ย ขอบคุณมากครับ

ไม่ต้องกลัวว่าผมจะโกรธนะหาก ment ตรงๆ ... อย่างมากก็แค่เครียด ... ล้อเล่นครับ หากพบว่าตรงไหนบกพร่องก็ช่วยกันจับผิดด้วยนะ

สำหรับ fic นี้นั้น อย่างที่ได้เกริ่นในบทนำครับ ว่าเป็น fic ที่อิงจาก "เกมส์" โดยตรง ข้อมูลดิบหรือต้นฉบับจริงๆ อยู่ในปี 2000 ซึ่งเป็นคนหลายๆ คนมาช่วยกันยำ โดยมี GM มาคอยกำหนดบทบาทต่อไปเรื่อยๆ ทีนี้พอผมนำมาแปลงเป็น fic ก็เลยค่อนข้างลำบากในการนำเสนอ แต่ในบทถัดๆ ไป มันก็จะกลายเป็น fic เต็มตัวขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้น fic 100% เลยครับ

คนไม่เคยเล่นเกมส์ FF ก็จะอ่านได้หายห่วงครับ โดยเฉพาะ Episode 4 อยากให้ได้ติดตามอ่านมากๆ แหะๆ แล้วก็แอบดีใจที่ชอบมุขครับ บางอันเป็นของผู้แต่งเก่าๆ เขาเขียนไว้ ผมก็แค่เอามาเพิ่มเติม ปรับปรุงไปจากไอเดียเดิม พอรู้ว่ามัน ok ก็โล่งอก ส่วนเลนาเรียเป็นหนึ่งในตัวละครเอกของเรื่อง เลยต้องเน้นน่ะครับ (ทว่าดูบทแล้วไม่ค่อยสมเป็นนางเอกเลย)

สำหรับ fic ของ Nana ผมจะเข้าไปติดตามและ ment ต่อเนื่องแน่นอนครับ ถือว่าแลกเปลี่ยน ช่วยเหลือกันในฐานะผู้ที่ยัง 'ศึกษา' ในวงการ fic ต่อไป

แล้วคุยกันครับ
#5 by Gow27 At 2006-11-24 22:52,
เอาละ อ่านจบหมดแระทั้ง EP1-2
จะเริ่มจากตรงไหนดีเอ่ย...(> <")
เอาอย่างนี้นะคะพี่ หนูขอพูดตามที่คิดละกันนะคะ (ขอพูดในฐานะนักอ่านละกันนะคะพี่ เพราะเชิงนักเขียนของหนูก็ยังไม่ถึงขั้นเท่าไร > <")

เรื่องนี้เป็นฟิคมาจากเกม อิงเกมบ้างบางส่วนก็ไม่น่าจะเป็นไร อย่างที่พี่ลงไว้ในส่วนความในใจท้ายตอนก็พอจะเข้าใจจุดมุ่งหมาย
ขอว่าเรื่อง คาแรคเตอร์ก่อนละกัน
เนื่องด้วยมีตัวละครเยอะมาก (ส่วนมากมาจากบทที่1 > <") จึงไม่ค่อยให้อารมณ์ร่วมไปกับตัวละครนั้นๆได้พอ แต่พอมาถึงบทที่สองแล้ว ใช้ตัวคนๆเดียวดำเนินเรื่องหลัก ก็เลยดูเป็นฟิคที่น่าติดตามมากขึ้น (อย่างที่พี่กล่าวไว้ว่า ฟิค80/เกมส์20)
เรื่องพลอต.......
พลอตดีนะคะพี่หนูว่า ธีมหลักของเรื่องนั้นน่าติดตามอยู่มากที่เดียว ปริศนาที่พี่ผูกไว้นั่นแหละมันทำให้เป็นตัวน่าติดตาม
การดำเนินเรื่อง......***
ขอโทษเลยนะคะพี่ เพราะว่าไม่แน่ใจนะคะว่าจริงๆ ต้องการให้เป็นการยำตัวละครหรือเปล่า เพราะถ้าพี่ให้ฟิคนี้เป็นการยำตัวละคร ก็ถือว่าดี นุกสนานมากๆเหมือนกัน (หนูยังแอบขำตั้งหลายรอบกับมุขตลกของพี่แน่ะ ^ ^") แต่ถ้าอยากให้ฟิคนี้ เป็น ฟิคจริงๆ ซึ่งนักอ่านทั่วไป รวมถึงคนที่ไม่เคยเล่น FF อ่านสนุกล่ะก็ยังถือว่าไม่ค่อยดีค่ะ แต่พอEP-2นั้น ดีขึ้นมากทีเดียวในทุกด้าน


ก็... คงไม่รู้จะพูดอะไรแล้วอ่ะค่ะ กลัวพี่โกรธ เพราะหนูมั่นใจว่า พี่จะสร้างงานที่ดีๆๆ ยิ่งขึ้นกว่านี้ขึ้นมาให้อ่านอีกได้ และหนูก็จะติดตามไปเรื่อยๆค่ะ

ปล.ชอบเลนาเรีย มากนะคะเพราะรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับเธอได้ (หรือว่าเพราะพี่เน้นกับตัวละครนี้มากเป็นพิเศษเอ่ย ^ ^")

#4 by NaNA*~ At 2006-11-24 16:08,
ยังไม่อ่านอะไรมากมายนะคะพี่เพราะว่ากำลังพยายามหาที่ลงคอมเม้นท์อยู่ (มาเจอตรงนี้ไม่รู้จะใช่หรือเปล่าอ่ะนะ = =")
จริงๆแล้วขอพูดอะไรนิดหน่อยละกัน
พอดีหนูก็กำลังสนใจเกี่ยวกับการเขียนฟิคอยู่เหมือนกัน ก็เลยพยายามติดตามอ่านของเพื่อนๆพี่ๆจากใน All-Final จนกระทั่งมาเจอบล็อคของพี่นี่หละค่ะ ^ ^"

อาจจะน่าเกลียดสักนิดนะคะพี่แต่อยากขอความกรุณาพี่ช่วยลองอ่านฟิคของหนูหน่อยนะคะ อยากได้คอมเม้นท์แบบจริงๆจังเพื่อนพัฒนางานน่ะค่ะ แล้วขอโทษด้วยนะคะที่หนูถือวิสาสะแอดเมล์พี่เข้า Msnไปแล้ว ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ (ว่าจะอ่าน FFgn ต่อให้จบวันนี้เลย > <")http://www.all-final.com/forum/read.php?tid=38745&forumid=9&PHPSESSID=c536dca2abf8dc83c8e3af7b5990ec45
#3 by NaNA*~ At 2006-11-24 12:08,
เข้าใจครับ เข้าใจ :)

เหมือนเลนาเรีย ตอนนี้จะเก็บกดอะไรบางอย่าง
ทั้งจากการที่ ดูเหมือนแค่เรื่องแบ่งใช้น้ำร่วมบ่อกับนักขุดแร่ที่จรผ่านมา , ก็ทำให้เธอรู้สึกกดดันอย่างมาก
และ จากการที่ ไม่สามารถอาบน้ำได้อย่างที่ร่างกายขณะนั้นต้องการ ก็ทุ่มขันน้ำทิ้ง เหมือนกับ รันทด+ประชด+หงุดหงิด ที่ต้องมาตกในชะตากรรมแบบนี้? เพราะอะไรกัน

อืม...
#2 by Detonator At 2006-11-23 20:40,
ยังไงผมก็จำสับสนชื่อของไอ้สองพี่น้องนี่จริงๆ.........
#1 by Trigger At 2006-11-23 16:04,