2006/Nov/27

Act 8:จู่โจม (Ambush !)

ผู้แต่ง ดั้งเดิม - Nihil, Gow27 และ Elna
ผู้เรียบเรียง และปะติดปะต่อ - Gow27
ผู้ดัดแปลง และเพิ่มความสมบูรณ์ - Gow27

แค่ปากถ้ำก็มีมอนส์เตอร์จำนวนมากเผยร่างดำเมี่ยมออกมาทักทายเด็กสาวอย่างดุเดือด ดวงตาของมันแดงวาวราวกับเม็ดทับทิมที่แพรวพราว เดียรดาษในความมืดมิดบนท้องเพดาน

"ไม่เป็นไร แค่ค้างคาวดูดเลือดซักฝูงสองฝูงไม่ทำให้เราเสียท่าหรอก อยู่ใน 'ป่ามัวร์' (Muah Forest) ต้องลำบากกับพวกที่มาก่อกวนทุกคืน"
เลนาเรียนึกปลอบใจตัวเองด้วยท่าทีเยือกเย็นแต่ภายในกำลังร้อนเป็นไฟ แว่บแรกเธอเองก็หวาดกลัวเล็กน้อยกับการจู่โจมที่ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัวเตรียมพร้อมเสียก่อน

ประสาทสัมผัสต่างๆ ดูจะลดความเฉียบคมลงไปตามวันเวลาที่ย้ายออกมาคลุกคลีกับสังคมเมือง ไม่ก็เพราะความวางใจที่มีต่อนาฬิกาเตือนภัยมากเกินไป จนกลายเป็นความประมาทเลินเล่อ แต่ก็เพียงชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เธอฟาดดาบเป็นวงครึ่งเสี้ยวบนฟ้า เกิดเสียงฉัวะดังพรืดติดๆ กัน ซึ่งถ้าตั้งใจฟัง จะได้ยินเสียงขาดสะบั้นอย่างถี่ยิบ

มีเศษพังผืดของปีก และลำตัวของค้างคาวประมาณสามถึงสี่ตัว ขนาดเท่ากับหนูตัวเขื่อง ร่วงลงดับดิ้นกับพื้น ตามมาด้วยเสียงกระพือปีกตัดกับอากาศ พั่บๆ ดังโหมกระชั้นเข้ามาโดยมิได้หวั่นเกรงต่อคมดาบของเด็กสาวที่เพิ่งสำแดงเดชไปแต่อย่างใด

ค้างคาวที่หิวโหยแสยะเขี้ยวสีขาวเรียงเป็นตับพุ่งเข้ามารอบทิศหมายเกาะกิน ดูดเลือดเหยื่อมนุษย์อันโอชะที่เดินดุ่มๆ โดยไม่ระแวดระวังสู่ใจกลางรังของมัน ให้อิ่มหนำสำราญ

"ดื้อด้านนักนะ ถ้าอย่างนั้นลองไม้นี้ดูบ้าง !"
เลนาเรียเปลี่ยนมาใช้สองมือจับดาบ ขาข้างหนึ่งถูกกางเหยียดออกไปเพื่อตั้งท่ามั่นคง ดวงตาส่องประกายกร้าวยิ่งกว่าค้างคาว แล้วเสียงตวัดหนักหน่วงก็ก้องคำราม รัศมีดาบรูปวงพระจันทร์ถูกวาดออก 360 องศาเหนือศีรษะรอบตัว ไม่เหลือช่องว่างอื่นให้หลบหลีก

ฉัวะ !!! -------- แผละ !!!
ร่างของเธอหมุนติ้วโดยใช้เท้าบางๆ ข้างหนึ่งเป็นแกนหมุน ประดุจจังหวะร่ายรำของนักลีลาศผู้เจนเวที ค้างคาวเกือบสิบตัวกระเด็นติดผนังถ้ำ อีกสิบกว่าตัวหลุดเป็นชิ้นๆ กองตายเต็มพื้น

มิใช่ท่วงท่าต่อสู้ของเด็กสาวที่แปลกประหลาดอัศจรรย์ แต่เป็นรังสีดาบเข้มข้นที่แผ่ขยายออกเป็นวงล้อกดดันให้ตัวที่เหลือบินหนีไป


ค้างคาวตัวหนึ่งหลุดทะลุผ่านเข้ามาตะปบไหล่ของเลนาเรียจนเซถลาไปข้างหน้าจากน้ำหนักตัวที่ถีบเข้ามาทางด้านหลัง มันไม่รอช้า ใช้อุ้งเล็บยึดเหนี่ยวเสื้อไว้แน่นแล้วอ้าปากพร้อมขยับเขี้ยวซี่โตพุ่งเข้าหาเนื้ออ่อนที่ลำคอ

มือของเธอคว้าปีกของสัตว์สูบโลหิตไว้ได้ทัน กระชากมันอย่างแรงจนเนื้อผ้าฉีกติดเล็บของมันออกมาด้วย มันกรีดเสียงแหลมหนวกหูพลางดิ้นพล่าน เพื่อให้หลุดพ้นเป็นอิสระ ก่อนจะถูกเด็กสาวตัวเล็กๆ ขว้างอัดกำแพงหินแน่นิ่งไป (Level up !)

"เราตั้งนาฬิกาไว้แล้วนี่นา" เลนาเรียจ้องนาฬิกาในมือซ้ายที่เงียบมาตลอดทาง และยังไม่มีการตอบสนองทั้งที่เพิ่งเดินผ่านดงมอนสเตอร์มาหมาดๆ แล้วเธอก็นึกอะไรขึ้นได้จากปากคำของเจ้าของร้าน ... ใช่แล้ว มันจะร้องเตือนสำหรับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่กว่ามนุษย์เท่านั้น

ใหญ่กว่างั้นรึ ? ความร้ายกาจของมอนสเตอร์ในโลกใบนี้ แปรผันตามขนาดซะเมื่อไหร่เล่า เด็กสาวยัดมันกลับใส่กระเป๋าเสื้อด้านข้างดังเดิมโดยเริ่มรู้สึกว่ามันช่างเป็นสมบัติติดตัวที่ไร้ค่าเหลือเกิน

เธอมุ่งหน้าหายลับเข้าสู่ถ้ำยาวกรูดวางเป็นลำอยู่เบื้องลึกเข้าไป ... ไม่มีที่สิ้นสุด ...


ดาบฟัลซิออน อาวุธใหม่ของเลนาเรีย ซึ่งได้แทนค่ามัดจำในการหาดาบออกแกนิกส์

เลนาเรีย (Lenalia G.O.W.)
LV : 27


HP : 540 / 1020
MP : 65 / 108
AP : 324 (พลังโจมตีรวม)
DP : 220 (พลังป้องกันรวม)
STR : 240
DEF : 200
QUI : 150
VIT : 220
MAG : 142
SPI : 130
EVA : 28
LUC : 22
Ability level : 3
ท่าดาบเวทย์มนต์ระดับ 2 เป็น
- Fira (ไฟร่า), Blizzara (บลิซาร์ดร่า), Thundara (ซันดาร่า), Biora Sword (ไบโอร่า ดาบเชื้อโรค) ใช้ MP 12
- Water Sword ใช้ MP 20
- เศษปีกและพังผืดของค้างคาว นำไปขายได้ 3,000 กิล

******

ฝ่ายเอลน่าก็ยังคงสวมวิญญาณนักสืบ ตามติดอนาซิเน่กับอนอนซินูไปห่างๆ โดยมิให้หลุดรอดสายตา ครั้นเวลาล่วงเลยไปสองพี่น้องก็ได้ทุลักทุเลมาถึงบริเวณหน้าถ้ำใต้ขุนเขาแห่งโฮบานุสจนได้ ทั้งคู่ทรุดลงนั่งเช็ดหน้าเช็ดตาที่มอมแมมไปด้วยเหงื่อไคล แล้วทำท่าจะกางเต็นท์พักผ่อนตามที่ได้คุยกันไว้แต่เดิม

เอลน่าที่ฝุ่นเขรอะไม่แพ้กันสบช่องทางที่ศัตรูลดหย่อนการป้องกันตัวจึงเริ่มยุทธการช่วงชิงคริสตัลตามหน้าที่ๆ เทริเอลบอกทันที แต่ก่อนหน้านั้น ใครจะทนเฉยปล่อยให้ยัยแม่มดตัวร้ายลอยนวลไปได้โดยไม่ได้แก้เผ็ดเสียก่อนเล่า

เธอหาผ้าสีดำยาวจรดพื้นมาคลุมตัวและศีรษะไว้อย่างมิดชิด เอากิ่งไม้แห้งแถวๆ นั้นมาทำเป็นไม้เท้า โดยสั่งให้มังกรดำซุ่มอยู่เฉยๆ
"ที่เหลือฉันจัดการเอง เจ้ารออยู่ตรงนี้นะ คอยดูว่ามืออาชีพเขาปฏิบัติงานอย่างไร" ให้โอวาทคู่หูแล้วเอลฟ์ผู้เปี่ยมล้นด้วยความมาดมั่นก็ก้มหน้าเดินดุ่มๆ เข้าไปชิมลาง

"โอย แม่หนูทั้งสาม ช่วยยายด้วยจ้ะ ยายหลงทาง ..."
ยายแก่ตัวปลอมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบยานอย่างแนบเนียน พร้อมกับเอื้อมมือสั้นๆ ที่สั่นหงึกๆ ภายใต้ผ้าคลุมเพื่อขอแอบอิงอยู่ในกลุ่มด้วย ส่วนมังกรดำก็ยังหลบอยู่ข้างหลังตามคำสั่ง

"นี่ยัยแก่ ! รีบๆ ไปไกลๆ หู ไกลๆ ตาเลย สกปรกน่ารำคาญซะจริงคนยิ่งวุ่นๆ อยู่" อนาซิเน่ที่พยายามตอกสมอบกลงบนดินหยาบกระด้างโดยมีน้องสาวช่วยขึงผ้าให้ตึงอยู่ข้างๆอารมณ์ปะทุ
"โอย... หนู นี่มันกลางทะเลทรายนะ จะให้ยายกลับไปไหนเล่า อย่าใจดำนักเลยยยย" ยายแก่ลากเสียงน่าเวทนา และทำขาสั่นพั่บๆ แบบคนสิ้นเรี่ยวแรง
"อ้าว แล้วแกมารูไหนก็มุดกลับไปรูนั้นสิ !" ตวาดเสร็จก็เตะขาอ่อนเปลี้ยของยายแก่ล้ม

โครมมม ... เอลน่า บาดเจ็บ 8 เหลือ HP 460 จากนั้นหญิงจำแลงก็รีบตะลีตะลานหนีส้นเท้าของแม่มดสาวที่เงื้อเตรียมจะประเคนให้อีก 2-3ดอก ขืนยังมัวโอ้เอ้อยู่ตรงนั้น

มังกรดำโกรธขยับจะพุ่งออกมาจากที่ซ่อนแต่เอลน่าหันขวับส่งสัญญาณห้ามได้ทัน

"โอ๊ย !! หนอยยัยตัวแสบ แล้งน้ำใจต่อผู้สูงอายุ ยังงี้ต้องเอามันแน่ !" หลังจากบ่นกับมังกรที่เธอล่าถอยกลับไปหาเสร็จ เอลน่าก็เพิ่งฉุกคิดได้
"เฮ้ มังกรดำ คนที่ท่าทางเก่งๆ หายไปแล้ว ทำไมเราต้องหลบๆ ซ่อนด้วยล่ะ ตอนนี้เหลือแค่สอง เป็นจังหวะของเราแล้ว ลุยเลยดีไหม ?"

มังกรดำส่ายหน้าห้าม แบบว่าตอนแรกก็โง่พออยู่แล้วที่มองไม่เห็นว่ามีแค่สอง แถมดันไม่รอบคอบเอาเสียเลย ที่ทะลึ่งจะออกไปโดนรุมสองต่อหนึ่ง ทว่า เอลฟ์สาวยังดึงดัน
"ไม่เอา ลุยเลยดีกว่า" จากนั้นเอลน่าก็ไม่สนใจคำทักท้วง ผละจากมังกรกลับไปหาสองพี่น้องต่อ

"สาวน้อย จำยายไม่ได้จริงๆ เหรอจ๊ะ อิอิอิ" เมื่อสองพี่น้องหันมามองตาขวางๆ ทำท่าจะเอาเรื่องให้หนัก เธอก็สลัดคราบผู้สูงอายุออก เป็นชุดฮันเตอร์เต็มยศพร้อมรบ
"เอาล่ะ คราวนี้จำกันได้หรือยัง" ผ้าคลุมสีดำพลิ้วหายไป
"อย่าบอกนะว่าจำกันไม่ได้ ฉันมาทวงแค้นเก่าที่อเลคซานเดรีย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง จงขอโทษมังกรดำของฉันซะ ในโทษฐานทีบังอาจสาปมังกรฉันเป็นกบน่าเกลียด"

การเผยโฉมสร้างความตื่นตะลึงแก่พี่น้องคู่นั้นมาก ถึงกับทำให้อนาซิเน่ผงะ
"หนอย ! ยัยจิ้งจอก ยังไม่เข็ดอีกรึ ดี เข้ามาเลย คราวนี้จะสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องเสนอหน้ามาอีก !" อนาซิเน่ทำท่าเหมือนเค้นพลังจนเสี้ยนตะบองเพชรที่จมเนื้อปริ่มๆ ผุดหลุดออก
"ลุยมันเลยน้องรัก !" อนาซิเน่ตั้งท่าสู้ และสั่งให้น้องสาวนักเวทย์ขาวช่วยสนับสนุน
"ค่ะพี่ ! W Protect !" อนอนซินูสร้างบาเรียให้ทั้งคู่ จากนั้นอนาซิเน่ก็ใช้จังหวะประสานเพียงพริบตายิงคาถา 'โพกี้' (Porky) ใส่

ปุ๊ง ! เกิดควันสีขาวระเบิดขึ้นกลางร่างของเอลน่า ร่างกายของเธอค่อยๆ หดเล็กลงไป ลำตัวส่วนกว้างอ้วนพอง จมูกยื่นยาว หางม้วนๆ โผล่ออกมาทางก้น เอลน่ากลายเป็นหมูไปซะแล้ว !

มังกรดำกระโจนออกมาขวางสองพี่น้องไว้ แล้วขู่คำรามแยกเขี้ยว สะบัดปีกพัดฝุ่นผงเข้าตาของอนาซิเน่จนต้องป้องหน้าไว้ ก่อนจะหันมามองเอลน่าซึ่งกลายเป็นหมูสีขาวยืนสองขา ด้วยความกลุ้มใจ ประมาณว่า กะแล้วเชียวยัยเซ่อ ลุยไม่ดูตาม้าตาเรือ

มือขวาของแม่มดร้ายลุกโชนด้วยไฟบรรลัยกัลป์ที่ขยำไว้เตรียมขว้างใส่เป้าหมายให้ไหม้เป็นตอตะโกขณะดวงตายังแสบทะท้าน มังกรดำไม่รอช้า มันรีบใช้ปากงับหมูโยนขึ้นไปบนหลังแล้วบินทะยานขึ้น เจ้าหมูผู้ไม่ยอมรู้สถานการณ์พยายามดิ้นให้หลุดจะได้ไปสู้ต่อ

"อู๊ด ! อู๊ดอู๊ด !! (เฮ้ ! มังกรดำ !!) อู๊ดอู๊ด !! อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (ปล่อยเซ่ !! ฉันจะได้ไปฉะกะสองตัวแสบนั่นต่อ) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (บอกให้ปล่อยไงเล่า) อู๊ดอู๊ด.............!!! (ปล่อยนะ.............!!!)"
เอลน่าดิ้นจนกลิ้งตกลงมาจากหลัง แต่มังกรดำเอาขาหน้าคว้าไว้ได้ทันก่อนจะหล่นกระแทกพื้นกลายเป็นหมูแผ่น สิ้นชื่อไปอย่างโง่ๆ

มังกรดำไม่ฟังเสียง อีกนัยหนึ่งคือฟังไม่ออก อุ้มหมูที่โกรธเกรี้ยวร้องไม่หยุด หายไปในท้องฟ้า ทิ้งสองพี่น้องให้งงเล่นว่ายัยนี่มันอะไรกัน (วะ)

ตัดมาที่หน้าร้านขายไอเทมในเมือง มังกรดำปล่อยหมูลง แล้ววางสัมภาระไว้ข้างหน้า อีกมือหนึ่งชี้ไปที่ร้าน
"อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (อะไรของเจ้ากัน) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (กำลังจะชนะอยู่แล้วเชียว) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด ? (พามานี่ทำไมกันล่ะ ?)"
"อู๊ด อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (อ้อ จะให้ซื้อของตุนไว้บ้างใช่ไหม) อุอุอุ อู๊ดอู๊ดอู๊ด อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (ฮะฮะ ไม่ต้องหรอก ฉันชนะอยู่แล้ว) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (ไม่ต้องพึ่งไอเทม)"

มังกรดำยังคงชี้ไปที่ร้านด้วยความหนักแน่น หมูกับมังกรจ้องหน้ากันอยู่แป๊บนึง หมูก็ยอมแพ้
"อู๊ดอู๊ด อู๊ดอู๊ด (ก็ได้ ก็ได้) อู๊ดอู๊ดอู๊ด (ซื้อก็ซื้อ)" เจ้าหมูเดินคอตกเข้าไปในร้าน

- Act8 -


ความในใจท้ายตอน

หวัดดีครับ สิ่งที่อยากจะกล่าวเป็นความในใจสำหรับตอนนี้ ก็คือ ในที่สุด ผมก็สามารถอัพ fic ใน Blog ได้ต่อเนื่องมาจนถึงเท่าที่เคยลงในกระทู้ All-Final เมื่อ 2 ปีก่อนแล้วล่ะครับ คุณสามารถติดตามกระทู้อ้างอิงรวมถึง comment เก่าๆ ได้จาก linkด้านล่าง ซึ่งอยู่ประมาณหน้า 32 ของหมวด Fiction และยังไม่ตกหายหรือถูกลบออกจาก Database ครับ
http://www.all-final.com/forum/read.php?tid=8336&forumid=9&page=all

ความในใจที่อยากจะฝากแก่ผู้อ่าน คงไม่มีอะไรมากกว่าคำว่า "ขอบคุณ" ที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งผู้อ่านที่ผมบังคับขู่เข็ญให้เข้ามาดูและแสดงความเห็น ผู้อ่านที่อุตส่าห์วาดรูป Artwork ตัวละครให้ รวมถึงคนที่อ่านด้วยความสมัครใจของตนเอง (รู้ตัวกันอยู่แล้วนะครับ ว่าไผเป็นไผ) เพราะหากไม่มีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ คอยติดตาม ... fic แสนธรรมดานี้ก็คงไม่มีวันเดินมาถึงจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และก็คงไม่สามารถก้าวต่อไปได้ในอนาคต (ไม่กล้าใช้คำว่า 'พัฒนา' เพราะไม่มั่นใจว่าผลงานจะออกมาเหนือกว่าของเก่าที่เคยรังสรรค์ไว้)

อย่างน้อย คำว่า "ดอง" ก็ยังอยู่ไกลจากห้วงความคิดคำนึง เนื่องจากผมมีความสุขที่ได้เขียนเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

มาถึงความเห็นเกี่ยวกับ Act 8 กันบ้าง จุดที่ผมรู้สึกสนุกสนานที่สุด คงเป็นฉาก action แรกที่ออกมาจากจินตนาการสดๆ ซึ่งเป็นการห้ำหั่นของเลนาเรียกับค้างคาวทั้งฝูง ชนิดที่ว่าต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแดดิ้นกันไปข้าง ฉากเด็ดของผมคือตอนที่ค้างคาวตัวนึงหลุดทะลุการ์ดตะปบเข้ากลางหลัง แต่ก็โดนเขวี่ยงสลบเหมือดไปหวุดหวิดก่อนเด็กสาวจะได้แผลฉกรรจ์

เดิมทีใน FFGN ฉบับเกมส์ ผมได้อธิบายฉากต่อสู้กับค้างคาว Red Mouse ไว้ลวกๆ เพียง 2-3 บรรทัด ในการกำจัดมอนสเตอร์อ่อนด้อยเพื่อส่งเสริมความโชกโชนของสาวนักดาบ ทว่า เมื่อเขียนฉบับนิยาย ก็จำต้องถ่ายทอดออกมาอย่างหมดจด

เอกลักษณ์การบรรยายฉาก action ที่ผมชอบ คงเป็นรูปแบบการต่อสู้ที่ไร้ "สูตรสำเร็จ" ซึ่งอะไรๆ ก็สามารถพลิกผันได้ ระหว่างตัวเอกห้ำหั่นตัวร้าย, ตัวเอกปะทะตัวเอกด้วยกันเอง, หรือแม้กระทั่งตัวเอกปะทะตัวประกอบ อย่างมอนสเตอร์หรือศัตรูหางแถว ก็มีรายละเอียดให้ผู้อ่านซึมซับได้ไม่มากก็น้อย ส่วนฉากของเอลน่านั้น ผู้แต่งเดิม (คุณ Elna และ Nihil) ได้ถ่ายทอดความน่ารักสดใสตามบุคคลิกตัวละครครบครันอยู่แล้วครับ ผมมีหน้าที่ปรับแต่งนิดๆ หน่อยๆ ให้เกิดความลงตัวเท่านั้น

ผมจะพยายามเลี่ยงรูปแบบการต่อสู้ที่ถอดแบบของการ์ตูนนิยมโชว์เท่ดังนั้น ก็หวังว่าทุกบทบาทของตัวละครที่ผมได้เกี่ยวข้องในการพิมพ์ จะอยู่นอกเหนือการคาดเดาทั้งมวลของคุณผู้อ่านนะครับ

สุดท้ายแล้ว หลังจากที่ได้อยู่กับ เลนาเรียและเอลน่า จนสิ้นสุดการ "จู่โจม" ใน Act นี้ อยากบอกว่า รักตัวละครทั้ง 2 คนมากทีเดียว


Gow27 (29/11/2006)

Comment

Comment:

Tweet


ตอบๆๆๆ

Nana - หลังไมค์ไปหมดแล้วนะ ส่วนบทของเอลน่ากับสองพี่น้องมักจะเกิดอาการต๊องๆ ในการต่อสู้เสมอ (จริงๆ เอลน่าเหมือนจะต๊องอยู่คนเดียว) ส่วนอนาคตของสองพี่น้องไม่อยาก spoil เลยแฮะ

Judge - ขอบคุณสำหรับ ment ที่ยาวโคตรๆ ครับ อ่านแล้วได้ข้อมูลหลายอย่างเพื่อเอามาปรุงงานต่อไป สไลต์การเขียนที่จะใช้ในบทถัดๆ ไปนี้ อยากจะให้เดินเรื่องกระชับ ฉับไว้ขึ้นแล้วล่ะครับ แต่ไม่รู้จะทำได้แค่ไหน สำหรับจุดที่แนะนำไว้ก็จะนำไปใช้ครับ (เดี๋ยวต้อง edit ก่อนสินะ)
#6 by Gow27 At 2006-12-06 10:27,
เวรกรรม เป็นหมูไปเลย
ตอนนี้รู้สึกจะหนักฉากบู๊ เจ๋งดีครับ ไม่งง ไม่เยิ่นเย้อแล้วด้วย 55 ที่สำคัญอนากับอนอนออกมาแล้ว
#5 by Re-Peat Again At 2006-12-05 11:36,
บท action ใน reply ที่ 108 ทำออกมาได้ดีสมใจคนอ่าน
โดยส่วนตัวแล้ว จัสชอบบทบรรยายแอ็คชั่นแบบนี้มันให้รู้สึกเหมือนเราได้อ่านแบบเต็มปากเต็มคำดี ^^

น่าสังเกตุว่าในบทนี้พี่เก้าได้ใช้ลูกเลนคำสรรพนามที่จัสไม่เคยเห็นมากก่อนเพิ่มมากขึ้น

อย่างคำว่าดำเมื่อม เม็ดทับทิม
(ตอนนี้ชอบฉากที่เลนาเรียเห็นฝูงค้างคาวเร้ด เมาส์บนเพดานถ้ำ
เพราะมันให้ความรู้สึกที่ชัดเจนดี ^^)

ว่าจะบอกอีกข้อมานานแล้วว่าฟิคพี่เก้าเป็นฟิคที่ยึดถือตามหลักแห่งความเป็นจริง เช่นการหาเงิน ความอ่อนล้าของประสาทสัมผัสหรือความเป็นเหตุเป็นผลในการที่มังกรดำจับเลนาเรียหนีออกมาเพื่อตั้งรับเพราะคิดว่า เอลฟ์ที่กลายร่างเป็นหมูคงสู้ไม่ได้แน่ๆ ฮา

ตรงจุดนี้ที่ต้องขอชมจะทำให้คนอ่านเห็นภาพพจน์และอินกับตัวละครได้มากขึ้น

เคยมีคนบอกไว้ว่ายิ่งเราทำแฟนตาซีออกมาให้เหมือนเรียลลิตี้(ชีวิตจริง)เท่าไรคนอ่านก็จะสามารถเข้าใจและติดเรื่องของเราได้ง่ายขึ้น^^

ขอให้คงความเป็นเอกลักษณ์ตรงจุดนี้ต่อไป ชอบๆนะสไตล์แบบนี้
^^

อีกส่วนนึงที่ชอบคือเรื่องความรู้เรื่องท่าที่เลนาเรียใช้ดาบ ที่เขียนออกมาได้แน่นดี ^^ มีการพูดถึงการตั้งท่าให้มั่นคง (ถึงเป็นจุดเล็กๆแต่อ่านแล้วก็คิดว่าน่าจะนำไปประยุกต์ใช้แฮะ^^)

สรุปก็คือข้าน้อยเป็นพวกบ้าเลือดชอบเลือดสาดนั่นเอง อ่าๆ
(ชะอ้าว??)

มาดูส่วนที่ติบ้างดีกว่า^^"
สังเกตุได้ว่า บทสนทนาของแต่ละคนนั่นยาวเป็นพรืด = =
ถ้าพี่พิมพ์จาก word แล้วเอามาลงอ่านเองมันก็โอเคนะพี่แต่แบบนี้พอมันตัวเล็กๆแบบนี้อ่านแล้วตาลายนิดๆอ่ะ
ตัวอย่างเช่น

"โอ๊ย !! หนอยยัยตัวแสบ แล้งน้ำใจต่อผู้สูงอายุ ยังงี้ต้องเอามันแน่" หลังจากบ่นกับมังกรดำที่เธอถอยคลานกลับไปหาเสร็จ เอลน่าก็เพิ่งฉุกคิดได้
"เฮ้ มังกรดำ คนที่ท่าทางเก่งๆ หายไปแล้ว ทำไมเราต้องหลบๆ ซ่อนด้วยล่ะ ตอนนี้เหลือแค่สอง เป็นจังหวะของเราแล้ว ลุยเลยดีไหม ?"
มังกรดำส่ายหน้าห้าม แบบว่าไม่รอบคอบเอาเสียเลย ยังไงก็ยังสองต่อหนึ่ง ออกไปมีแต่ถูกรุม แต่เอลฟ์ยังดึงดัน

เป็น>>>

"โอ๊ย !! หนอยยัยตัวแสบ แล้งน้ำใจต่อผู้สูงอายุ ยังงี้ต้องเอามันแน่" หลังจากบ่นกับมังกรดำที่เธอถอยคลานกลับไปหาเสร็จ เอลน่าก็เพิ่งฉุกคิดได้

"เฮ้ มังกรดำ คนที่ท่าทางเก่งๆ หายไปแล้ว ทำไมเราต้องหลบๆ ซ่อนด้วยล่ะ ตอนนี้เหลือแค่สอง เป็นจังหวะของเราแล้ว ลุยเลยดีไหม ?"
มังกรดำส่ายหน้าห้าม แบบว่าไม่รอบคอบเอาเสียเลย ยังไงก็ยังสองต่อหนึ่ง ออกไปมีแต่ถูกรุม แต่เอลฟ์ยังดึงดัน

แบบนี้จะน่าอ่านและอ่านง่ายกว่าไหมท่านลองดูๆ^^

และเรื่องสุดท้าย ( ชี้ให้เห็นเฉยๆเผื่อท่านรับไปพิจารณา)
คือเรื่องการใส่อารมณ์เข้าไปในบทบรรยายการกระทำ

จริงๆอารมณ์ของตัวละครมันก็สื่อผ่านทาง บทสนทนา ในตัวของมันเองอยู่แล้ว^^ จะดีกว่าไหมถ้าเรามีการเพิ่มอารมณ์ของตัวละครนั้นๆลงไปเพื่อให้บทบรรยายสมบรูณ์ขึ้นด้วย^^

ยกตัวอย่างเช่น

"เฮ้ มังกรดำ คนที่ท่าทางเก่งๆ หายไปแล้ว ทำไมเราต้องหลบๆ ซ่อนด้วยล่ะ ตอนนี้เหลือแค่สอง เป็นจังหวะของเราแล้ว ลุยเลยดีไหม ?"
เอลฟ์สาวกระซิบกระซาบกับอสรคู่กายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

"หนอย ! ยัยจิ้งจอก ยังไม่เข็ดอีกรึ ดี เข้ามาเลย คราวนี้จะสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องเสนอหน้ามาอีก ! ลุยมันเลยน้องรัก !" อะนาซิเน่ตั้งท่าสู้ เนตรสีชาของเจ้าหล่อนจ้องไปยังเอลฟ์สาวอย่างขุ่นเคือง

แต่บางทีการที่เราใส่กาบรรยายพวกนี้ลงไปมากๆบางครั้งมันก็จะดูเหมือนน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงได้^^ ก็ต้องปรับเอาไปใช้ตามสถานการณ์นะงับ

ด้วยจิตคารวะ

The Judge
#4 by The Judge (124.120.93.94) At 2006-12-03 00:00,
ยังนึกอะไรไม่ออกในตอนนี้ ^^! ดูเหมือนเรื่องเดินไปไม่เท่าไหร่

อีกอย่างคือ ช่วงนี้ผมไม่ค่อยสบาย เหมือนเป็นหวัดฤดูร้อน(กลางฤดูหนาวที่ร้อนดับแตก ) หัวตื้อๆ คิดอะไรไม่ค่อยออก
#3 by Detonator At 2006-12-01 09:57,
อ้าว เพิ่งเห็นเมนท์อันข้างล่าง........
ตาม

พี่ให้รายละเอียดตัวละคร เจ๋งดี
#2 by Trigger At 2006-11-30 23:05,
เรื่องฉากแอคชั่น.....
(เอ่อ.. ตัวหนูเองก็ยังมีปัญหากับการเขียนฉากแอคชั่นเนี่ยแหละ > <" )
เอาเป็นว่า ยังไม่ขอพูดดีก่า (เอาไว้หลังไมค์นะพี่นะ)
แต่เท่าที่อ่านตอนนี้ถือว่าลงตัวนะ เป็นการสู้ที่เข้ากับโทนเนื้อเรื่อง+เกมส์ได้ดีทีเดียว
ส่วนท่อนสอง ของ พี่นองตัว อ. กับเอลฟ์สาว ก็อย่างที่เคยบอกน่ะพี่ อ่านยังไงก็ฮานะถ้ามีพวกอนาซิน แถมเอลน่าก็ไปต๊องตามเขาอีก (แต่จริงๆก็ต๊องอยู่แล้วนิ)
ยิ่งอ่านไป ยิ่งไม่อยากให้ตระกูล อ. ตายเลย (ห้ามให้พวกShe ตายนะ > <") ดูแล้วอนาคต พี่น้องตัว อ. น่าจะเป็นมากกว่าตัวร้ายติงต๊องนะ ลึกๆแล้วหนูประใจพวกหล่อนมากกว่าเอลน่าอีกนะเนี่ย ^ ^"
#1 by NaNA*~ At 2006-11-30 10:03,