2006/Nov/27

Act 8:จู่โจม (Ambush !)

ผู้แต่ง ดั้งเดิม - Nihil, Gow27 และ Elna
ผู้เรียบเรียง และปะติดปะต่อ - Gow27
ผู้ดัดแปลง และเพิ่มความสมบูรณ์ - Gow27

แค่ปากถ้ำก็มีมอนส์เตอร์จำนวนมากเผยร่างดำเมี่ยมออกมาทักทายเด็กสาวอย่างดุเดือด ดวงตาของมันแดงวาวราวกับเม็ดทับทิมที่แพรวพราว เดียรดาษในความมืดมิดบนท้องเพดาน

"ไม่เป็นไร แค่ค้างคาวดูดเลือดซักฝูงสองฝูงไม่ทำให้เราเสียท่าหรอก อยู่ใน 'ป่ามัวร์' (Muah Forest) ต้องลำบากกับพวกที่มาก่อกวนทุกคืน"
เลนาเรียนึกปลอบใจตัวเองด้วยท่าทีเยือกเย็นแต่ภายในกำลังร้อนเป็นไฟ แว่บแรกเธอเองก็หวาดกลัวเล็กน้อยกับการจู่โจมที่ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัวเตรียมพร้อมเสียก่อน

ประสาทสัมผัสต่างๆ ดูจะลดความเฉียบคมลงไปตามวันเวลาที่ย้ายออกมาคลุกคลีกับสังคมเมือง ไม่ก็เพราะความวางใจที่มีต่อนาฬิกาเตือนภัยมากเกินไป จนกลายเป็นความประมาทเลินเล่อ แต่ก็เพียงชั่วเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เธอฟาดดาบเป็นวงครึ่งเสี้ยวบนฟ้า เกิดเสียงฉัวะดังพรืดติดๆ กัน ซึ่งถ้าตั้งใจฟัง จะได้ยินเสียงขาดสะบั้นอย่างถี่ยิบ

มีเศษพังผืดของปีก และลำตัวของค้างคาวประมาณสามถึงสี่ตัว ขนาดเท่ากับหนูตัวเขื่อง ร่วงลงดับดิ้นกับพื้น ตามมาด้วยเสียงกระพือปีกตัดกับอากาศ พั่บๆ ดังโหมกระชั้นเข้ามาโดยมิได้หวั่นเกรงต่อคมดาบของเด็กสาวที่เพิ่งสำแดงเดชไปแต่อย่างใด

ค้างคาวที่หิวโหยแสยะเขี้ยวสีขาวเรียงเป็นตับพุ่งเข้ามารอบทิศหมายเกาะกิน ดูดเลือดเหยื่อมนุษย์อันโอชะที่เดินดุ่มๆ โดยไม่ระแวดระวังสู่ใจกลางรังของมัน ให้อิ่มหนำสำราญ

"ดื้อด้านนักนะ ถ้าอย่างนั้นลองไม้นี้ดูบ้าง !"
เลนาเรียเปลี่ยนมาใช้สองมือจับดาบ ขาข้างหนึ่งถูกกางเหยียดออกไปเพื่อตั้งท่ามั่นคง ดวงตาส่องประกายกร้าวยิ่งกว่าค้างคาว แล้วเสียงตวัดหนักหน่วงก็ก้องคำราม รัศมีดาบรูปวงพระจันทร์ถูกวาดออก 360 องศาเหนือศีรษะรอบตัว ไม่เหลือช่องว่างอื่นให้หลบหลีก

ฉัวะ !!! -------- แผละ !!!
ร่างของเธอหมุนติ้วโดยใช้เท้าบางๆ ข้างหนึ่งเป็นแกนหมุน ประดุจจังหวะร่ายรำของนักลีลาศผู้เจนเวที ค้างคาวเกือบสิบตัวกระเด็นติดผนังถ้ำ อีกสิบกว่าตัวหลุดเป็นชิ้นๆ กองตายเต็มพื้น

มิใช่ท่วงท่าต่อสู้ของเด็กสาวที่แปลกประหลาดอัศจรรย์ แต่เป็นรังสีดาบเข้มข้นที่แผ่ขยายออกเป็นวงล้อกดดันให้ตัวที่เหลือบินหนีไป


ค้างคาวตัวหนึ่งหลุดทะลุผ่านเข้ามาตะปบไหล่ของเลนาเรียจนเซถลาไปข้างหน้าจากน้ำหนักตัวที่ถีบเข้ามาทางด้านหลัง มันไม่รอช้า ใช้อุ้งเล็บยึดเหนี่ยวเสื้อไว้แน่นแล้วอ้าปากพร้อมขยับเขี้ยวซี่โตพุ่งเข้าหาเนื้ออ่อนที่ลำคอ

มือของเธอคว้าปีกของสัตว์สูบโลหิตไว้ได้ทัน กระชากมันอย่างแรงจนเนื้อผ้าฉีกติดเล็บของมันออกมาด้วย มันกรีดเสียงแหลมหนวกหูพลางดิ้นพล่าน เพื่อให้หลุดพ้นเป็นอิสระ ก่อนจะถูกเด็กสาวตัวเล็กๆ ขว้างอัดกำแพงหินแน่นิ่งไป (Level up !)

"เราตั้งนาฬิกาไว้แล้วนี่นา" เลนาเรียจ้องนาฬิกาในมือซ้ายที่เงียบมาตลอดทาง และยังไม่มีการตอบสนองทั้งที่เพิ่งเดินผ่านดงมอนสเตอร์มาหมาดๆ แล้วเธอก็นึกอะไรขึ้นได้จากปากคำของเจ้าของร้าน ... ใช่แล้ว มันจะร้องเตือนสำหรับมอนสเตอร์ขนาดใหญ่กว่ามนุษย์เท่านั้น

ใหญ่กว่างั้นรึ ? ความร้ายกาจของมอนสเตอร์ในโลกใบนี้ แปรผันตามขนาดซะเมื่อไหร่เล่า เด็กสาวยัดมันกลับใส่กระเป๋าเสื้อด้านข้างดังเดิมโดยเริ่มรู้สึกว่ามันช่างเป็นสมบัติติดตัวที่ไร้ค่าเหลือเกิน

เธอมุ่งหน้าหายลับเข้าสู่ถ้ำยาวกรูดวางเป็นลำอยู่เบื้องลึกเข้าไป ... ไม่มีที่สิ้นสุด ...


ดาบฟัลซิออน อาวุธใหม่ของเลนาเรีย ซึ่งได้แทนค่ามัดจำในการหาดาบออกแกนิกส์

เลนาเรีย (Lenalia G.O.W.)
LV : 27


HP : 540 / 1020
MP : 65 / 108
AP : 324 (พลังโจมตีรวม)
DP : 220 (พลังป้องกันรวม)
STR : 240
DEF : 200
QUI : 150
VIT : 220
MAG : 142
SPI : 130
EVA : 28
LUC : 22
Ability level : 3
ท่าดาบเวทย์มนต์ระดับ 2 เป็น
- Fira (ไฟร่า), Blizzara (บลิซาร์ดร่า), Thundara (ซันดาร่า), Biora Sword (ไบโอร่า ดาบเชื้อโรค) ใช้ MP 12
- Water Sword ใช้ MP 20
- เศษปีกและพังผืดของค้างคาว นำไปขายได้ 3,000 กิล

******

ฝ่ายเอลน่าก็ยังคงสวมวิญญาณนักสืบ ตามติดอนาซิเน่กับอนอนซินูไปห่างๆ โดยมิให้หลุดรอดสายตา ครั้นเวลาล่วงเลยไปสองพี่น้องก็ได้ทุลักทุเลมาถึงบริเวณหน้าถ้ำใต้ขุนเขาแห่งโฮบานุสจนได้ ทั้งคู่ทรุดลงนั่งเช็ดหน้าเช็ดตาที่มอมแมมไปด้วยเหงื่อไคล แล้วทำท่าจะกางเต็นท์พักผ่อนตามที่ได้คุยกันไว้แต่เดิม

เอลน่าที่ฝุ่นเขรอะไม่แพ้กันสบช่องทางที่ศัตรูลดหย่อนการป้องกันตัวจึงเริ่มยุทธการช่วงชิงคริสตัลตามหน้าที่ๆ เทริเอลบอกทันที แต่ก่อนหน้านั้น ใครจะทนเฉยปล่อยให้ยัยแม่มดตัวร้ายลอยนวลไปได้โดยไม่ได้แก้เผ็ดเสียก่อนเล่า

เธอหาผ้าสีดำยาวจรดพื้นมาคลุมตัวและศีรษะไว้อย่างมิดชิด เอากิ่งไม้แห้งแถวๆ นั้นมาทำเป็นไม้เท้า โดยสั่งให้มังกรดำซุ่มอยู่เฉยๆ
"ที่เหลือฉันจัดการเอง เจ้ารออยู่ตรงนี้นะ คอยดูว่ามืออาชีพเขาปฏิบัติงานอย่างไร" ให้โอวาทคู่หูแล้วเอลฟ์ผู้เปี่ยมล้นด้วยความมาดมั่นก็ก้มหน้าเดินดุ่มๆ เข้าไปชิมลาง

"โอย แม่หนูทั้งสาม ช่วยยายด้วยจ้ะ ยายหลงทาง ..."
ยายแก่ตัวปลอมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบยานอย่างแนบเนียน พร้อมกับเอื้อมมือสั้นๆ ที่สั่นหงึกๆ ภายใต้ผ้าคลุมเพื่อขอแอบอิงอยู่ในกลุ่มด้วย ส่วนมังกรดำก็ยังหลบอยู่ข้างหลังตามคำสั่ง

"นี่ยัยแก่ ! รีบๆ ไปไกลๆ หู ไกลๆ ตาเลย สกปรกน่ารำคาญซะจริงคนยิ่งวุ่นๆ อยู่" อนาซิเน่ที่พยายามตอกสมอบกลงบนดินหยาบกระด้างโดยมีน้องสาวช่วยขึงผ้าให้ตึงอยู่ข้างๆอารมณ์ปะทุ
"โอย... หนู นี่มันกลางทะเลทรายนะ จะให้ยายกลับไปไหนเล่า อย่าใจดำนักเลยยยย" ยายแก่ลากเสียงน่าเวทนา และทำขาสั่นพั่บๆ แบบคนสิ้นเรี่ยวแรง
"อ้าว แล้วแกมารูไหนก็มุดกลับไปรูนั้นสิ !" ตวาดเสร็จก็เตะขาอ่อนเปลี้ยของยายแก่ล้ม

โครมมม ... เอลน่า บาดเจ็บ 8 เหลือ HP 460 จากนั้นหญิงจำแลงก็รีบตะลีตะลานหนีส้นเท้าของแม่มดสาวที่เงื้อเตรียมจะประเคนให้อีก 2-3ดอก ขืนยังมัวโอ้เอ้อยู่ตรงนั้น

มังกรดำโกรธขยับจะพุ่งออกมาจากที่ซ่อนแต่เอลน่าหันขวับส่งสัญญาณห้ามได้ทัน

"โอ๊ย !! หนอยยัยตัวแสบ แล้งน้ำใจต่อผู้สูงอายุ ยังงี้ต้องเอามันแน่ !" หลังจากบ่นกับมังกรที่เธอล่าถอยกลับไปหาเสร็จ เอลน่าก็เพิ่งฉุกคิดได้
"เฮ้ มังกรดำ คนที่ท่าทางเก่งๆ หายไปแล้ว ทำไมเราต้องหลบๆ ซ่อนด้วยล่ะ ตอนนี้เหลือแค่สอง เป็นจังหวะของเราแล้ว ลุยเลยดีไหม ?"

มังกรดำส่ายหน้าห้าม แบบว่าตอนแรกก็โง่พออยู่แล้วที่มองไม่เห็นว่ามีแค่สอง แถมดันไม่รอบคอบเอาเสียเลย ที่ทะลึ่งจะออกไปโดนรุมสองต่อหนึ่ง ทว่า เอลฟ์สาวยังดึงดัน
"ไม่เอา ลุยเลยดีกว่า" จากนั้นเอลน่าก็ไม่สนใจคำทักท้วง ผละจากมังกรกลับไปหาสองพี่น้องต่อ

"สาวน้อย จำยายไม่ได้จริงๆ เหรอจ๊ะ อิอิอิ" เมื่อสองพี่น้องหันมามองตาขวางๆ ทำท่าจะเอาเรื่องให้หนัก เธอก็สลัดคราบผู้สูงอายุออก เป็นชุดฮันเตอร์เต็มยศพร้อมรบ
"เอาล่ะ คราวนี้จำกันได้หรือยัง" ผ้าคลุมสีดำพลิ้วหายไป
"อย่าบอกนะว่าจำกันไม่ได้ ฉันมาทวงแค้นเก่าที่อเลคซานเดรีย ถ้าไม่อยากมีเรื่อง จงขอโทษมังกรดำของฉันซะ ในโทษฐานทีบังอาจสาปมังกรฉันเป็นกบน่าเกลียด"

การเผยโฉมสร้างความตื่นตะลึงแก่พี่น้องคู่นั้นมาก ถึงกับทำให้อนาซิเน่ผงะ
"หนอย ! ยัยจิ้งจอก ยังไม่เข็ดอีกรึ ดี เข้ามาเลย คราวนี้จะสอนให้หลาบจำ จะได้ไม่ต้องเสนอหน้ามาอีก !" อนาซิเน่ทำท่าเหมือนเค้นพลังจนเสี้ยนตะบองเพชรที่จมเนื้อปริ่มๆ ผุดหลุดออก
"ลุยมันเลยน้องรัก !" อนาซิเน่ตั้งท่าสู้ และสั่งให้น้องสาวนักเวทย์ขาวช่วยสนับสนุน
"ค่ะพี่ ! W Protect !" อนอนซินูสร้างบาเรียให้ทั้งคู่ จากนั้นอนาซิเน่ก็ใช้จังหวะประสานเพียงพริบตายิงคาถา 'โพกี้' (Porky) ใส่

ปุ๊ง ! เกิดควันสีขาวระเบิดขึ้นกลางร่างของเอลน่า ร่างกายของเธอค่อยๆ หดเล็กลงไป ลำตัวส่วนกว้างอ้วนพอง จมูกยื่นยาว หางม้วนๆ โผล่ออกมาทางก้น เอลน่ากลายเป็นหมูไปซะแล้ว !

มังกรดำกระโจนออกมาขวางสองพี่น้องไว้ แล้วขู่คำรามแยกเขี้ยว สะบัดปีกพัดฝุ่นผงเข้าตาของอนาซิเน่จนต้องป้องหน้าไว้ ก่อนจะหันมามองเอลน่าซึ่งกลายเป็นหมูสีขาวยืนสองขา ด้วยความกลุ้มใจ ประมาณว่า กะแล้วเชียวยัยเซ่อ ลุยไม่ดูตาม้าตาเรือ

มือขวาของแม่มดร้ายลุกโชนด้วยไฟบรรลัยกัลป์ที่ขยำไว้เตรียมขว้างใส่เป้าหมายให้ไหม้เป็นตอตะโกขณะดวงตายังแสบทะท้าน มังกรดำไม่รอช้า มันรีบใช้ปากงับหมูโยนขึ้นไปบนหลังแล้วบินทะยานขึ้น เจ้าหมูผู้ไม่ยอมรู้สถานการณ์พยายามดิ้นให้หลุดจะได้ไปสู้ต่อ

"อู๊ด ! อู๊ดอู๊ด !! (เฮ้ ! มังกรดำ !!) อู๊ดอู๊ด !! อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (ปล่อยเซ่ !! ฉันจะได้ไปฉะกะสองตัวแสบนั่นต่อ) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (บอกให้ปล่อยไงเล่า) อู๊ดอู๊ด.............!!! (ปล่อยนะ.............!!!)"
เอลน่าดิ้นจนกลิ้งตกลงมาจากหลัง แต่มังกรดำเอาขาหน้าคว้าไว้ได้ทันก่อนจะหล่นกระแทกพื้นกลายเป็นหมูแผ่น สิ้นชื่อไปอย่างโง่ๆ

มังกรดำไม่ฟังเสียง อีกนัยหนึ่งคือฟังไม่ออก อุ้มหมูที่โกรธเกรี้ยวร้องไม่หยุด หายไปในท้องฟ้า ทิ้งสองพี่น้องให้งงเล่นว่ายัยนี่มันอะไรกัน (วะ)

ตัดมาที่หน้าร้านขายไอเทมในเมือง มังกรดำปล่อยหมูลง แล้ววางสัมภาระไว้ข้างหน้า อีกมือหนึ่งชี้ไปที่ร้าน
"อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (อะไรของเจ้ากัน) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (กำลังจะชนะอยู่แล้วเชียว) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด ? (พามานี่ทำไมกันล่ะ ?)"
"อู๊ด อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (อ้อ จะให้ซื้อของตุนไว้บ้างใช่ไหม) อุอุอุ อู๊ดอู๊ดอู๊ด อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (ฮะฮะ ไม่ต้องหรอก ฉันชนะอยู่แล้ว) อู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ดอู๊ด (ไม่ต้องพึ่งไอเทม)"

มังกรดำยังคงชี้ไปที่ร้านด้วยความหนั