2006/Dec/11

Act 10:นักรบเฉพาะกิจ(Crystal Warrior ?)

ผู้แต่ง ดั้งเดิม - Gow27
ผู้แต่งใหม่ - Gow27

ปิ๊บ... ปิ๊บ... เสียงถี่ๆ แว่วจากเรดาร์ที่เลนาเรียเหน็บไว้ข้างลำตัว เธอคว้ามันขึ้นมาดูและทันใดนั้นฝีเท้าที่กำลังก้าวฉับๆ ก็ถูกเบรคกะทันหันจุดกลมๆ สีแดงสว่างระยิบ แสดงผลขึ้นทางจอมอนิเตอร์ ณ บริเวณจุดกึ่งกลางซึ่งระบุตำแหน่งสร้อยคริสตัลรอบคอเธอ

ทว่าห่างออกไปประมาณซัก200-300 เมตร อันเป็นต้นกำเนิดของคลื่นสัญญาณจุดที่สอง เมื่อสเกลถูกปรับให้ขยายเป็นสองเท่า สามเท่า และสี่เท่าตามลำดับ ก็มีอีกปฏิกิริยาของวัตถุประหลาดซึ่งเรดาร์บ่งบอกตำแหน่งด้วยแสงสีเขียว ต่างจากจุดแรกชัดเจน

วัตถุนั้นจะเป็นคริสตัลที่เหลืออยู่หรือไม่ และเหตุใดคริสตัลของโลกถึงมาสถิตอยู่ใต้ก้นภูเขาไฟแห่งนี้โดยปราศจากการอารักขาของสหราชอาณาจักร คงไม่มีใครตอบได้ดีกว่าผู้ประจักษ์ข้อเท็จจริงด้วยตาของตนเอง

เธอไม่สงสัยเลยว่า เหตุใดกองทัพชินระจึงดั้นด้นเข้ามาในแดนลับแลที่สาบสูญไปจากแผนที่โลกกว่าพันห้าร้อยปี ชินระไม่ใช่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือผู้บุกเบิกโบราณสถาน ชินระเป็นแหล่งวิจัยและพัฒนาอาวุธชั้นนำ มันย่อมมาเพื่อพลังงานอันยิ่งใหญ่ ให้สมกับอุดมการณ์อันใหญ่ยิ่ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คริสตัลเรดาร์ถูกผลิตออกมาแจกจ่ายแก่บุคคลากรสำคัญในองค์กร

"ไม่จริง..." คำพูดในหัวจงใจแย้งอย่างมีประเด็น
หากว่ามันจ้องตะครุบคริสตัล สร้อยผลึกของเธอซึ่งเป็นคริสตัลแท้ ต้องได้รับความสนใจไม่แพ้ไอ้จุดเขียวๆ นั่นแต่นี่ดูเหมือนจะไม่มีหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจใดๆ ลอบอุ้มเธอไปปิดปากอย่างที่ควรจะเป็น

ถ้าเช่นนั้น ชินระก็ต้องมาเพื่อดาบวิเศษ!
แต่เธอต่างหากที่รู้ดีเรื่องดาบ และมีสิทธิครอบครองได้เพียงคนเดียว เด็กสาวกังวลขณะคิดเข้าข้างตนเอง

สุดท้ายภาพความเป็นจริงของอาณาจักรร้างก็ปรากฏอยู่ ณ ปลายถ้ำซึ่งโพรงคับแคบได้สิ้นสุดลงและขยายตัวเปิดโล่งสู่วิหารโอฬารในอดีตแสงสปอร์ตไลท์ลำอูมจากเครื่องกำเนิดขนาดยักษ์ฉายกวาดพื้นที่ทั่วทุกตารางนิ้ว ซึ่งเต็มไปด้วยทหารชินระหลายกองเดินขวักไขว่ไปมา ราวกับรังมดตะนอยยักษ์

ความคาดหวังทั้งหมดพังทลาย ไม่มีสิ่งใดหักมุมจากที่คาดเดา ไม่มีสัตว์พิศวง ไม่มีทิวทัศน์อัศจรรย์รายล้อมอย่างที่รอคอย มีแต่มนุษย์หน้าเหี้ยมในเครื่องแบบสีนิลกำลังหยิบจับตรวจตราหาสิ่งแปลกปลอมอย่างขะมักเขม้น บางคนแบกวิทยุสื่อสารไว้บนหลัง รายงานข้อมูลความเคลื่อนไหวแก่ภายนอก

เลนาเรียทุบผนังถ้ำด้วยความเจ็บใจที่ถูกตัดหน้า แต่เธอไม่ยอมแพ้ อีกนัยคือยอมไม่ได้ ยังไงก็ต้องหาทางเอาดาบออแกนิกส์กลับมา ถ้าอาวุธซึ่งบรรจุองค์ความรู้ของชนเผ่าโบราณผู้สืบทอดโองการสวรรค์ ตกไปอยู่ในเงื้อมือพวกชินระซึ่งจวนเจียนครองโลกอยู่รำไรแล้ว เธอไม่กล้าจินตนาการถึงอนาคตของสิ่งมีชีวิตชนิดใดเลยแม้แต่น้อย

ว่ากันตามตรง สิ่งที่ล้ำค่ากว่าดาบ คือ คริสตัล ทั้ง 8
สาวคิ้วขมวดรู้ซึ้งเรื่องนี้ดี เบาะแสเกี่ยวกับคริสตัลไฟและคริสตัลเวลาที่สองพี่น้องอเลคซานเดรี่ยนย้ำหนักหนาให้นำกลับมาด้วยหากเธอพบ ยืนยันถึงภาวะวิกฤติของคริสตัลในปัจจุบัน

พวกมันทั้งหมด ต้องการรวบรวมแก้วผลึกทรงค่าและอาวุธที่มีแสนยานุภาพด้วยเป้าหมายอะไรกันแน่?

"ในที่นี้มีเพียงตัวเรากับชินระ ... และชินระก็คงได้ดาบหรือคริสตัลสมประสงค์ หากว่าเราซึ่งรับรู้เรื่องราวทั้งมวลจงใจนิ่งเฉยเสีย ใครล่ะที่จำต้องหยุดความเหิมเกริมของมันต่อไป ใครล่ะที่ต้องคุ้มครองคริสตัล มันเป็นหน้าที่ของผู้พิทักษ์คริสตัลไม่ใช่เหรอ ... ?" เธอเหลียวมองรอบๆ ทุกอย่างยังว่างเปล่าและสิ้นหวัง
"นักรบแห่งแสง... ผู้กล้าในตำนาน บัดนี้ควรจะเป็นเวลาที่ท่านต้องออกโรง แต่ไม่เห็นมีหน้าไหนโผล่หัวมาเลยซักคน..."

"หน้าที่ปกป้องคริสตัล ต้องเป็นของฉันอีกแล้วสินะ !"เอ่ยเบาๆในลำคอ ทว่าจิตสำนึกมิได้ทดท้ออย่างที่ปรารภ พลันสร้อยผลึกก็คายรัศมีเรืองอ่อนๆ ทะลุเนื้อผ้าออกมา

แสงจ้าเขียวละมุนส่องกระทบใบหน้าโรยราท่ามกลางสภาวะมืดมน เด็กสาวตาใสค่อยๆเพ่งพินิจเครื่องประดับประจำกายอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
"ทำไมคริสตัลถึงเปล่งแสงล่ะ..." เลนาเรียถึงกับโพล่งอย่างฉงน

ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคา
นานแล้วสินะ ตั้งแต่วันนั้น ...


แสงมรกตแห่งอัญมณีแสนวิจิตรเจิดจรัสในดวงเนตรใสบริสุทธิ์ของเด็กน้อยราศีจับคนหนึ่ง ซึ่งแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดที่เคยดูหรูหรา แต่บัดนี้มันขาดวิ่นและเปื้อนโคลนจนไม่เหลือชิ้นดี ใบหน้านั้นทรุดโทรมหมองคล้ำ และร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล

มีเพียงช่วงแรกๆ เท่านั้นที่วายุคริสตัลหรือคริสตัลแห่งลม เรียกขานตามคุณสมบัติของมัน สามารถตอบสนองอย่างสุกสกาวแก่ผู้สวมใส่ 'สามัญชน' เช่นเธอ หญิงผู้บอบบางอ่อนแอ ไร้ฝีมือเชิงต่อสู้และพรสวรรค์ด้านเวทย์มนต์ทุกแขนง จะหยิบจับสิ่งใดก็ดูเหมือนจะผิดพลาดเสียงานไปหมด ทว่า เธอก็พึงใจวิถีชาวบ้านแถบชานเมืองแสนสงบกับครอบครัวและเพื่อนฝูง ตามวิสัยเด็กธรรมดา

กระนั้น คริสตัลที่ควรจะประดับไว้บนหิ้งบูชาให้สาธุชนกราบไหว้ก็ได้ชักนำเธอผู้รักสมถะมาผจญเรื่องราวต่างๆ มากมาย และหักหลังศรัทธาที่ยึดเหนี่ยวไว้หมดสิ้น มันทำลายโลกแห่งความเพ้อฝันซึ่งเต็มไปด้วยวีรสตรีและวีรบุรุษแสนเก่งกาจที่เพียงพลิกฝ่ามือ แผ่นดินก็สะเทือนเลื่อนลั่น แต่ในความเป็นจริง มนุษย์ก็คือมนุษย์ คนๆ เดียวไม่อาจกระทำสิ่งยิ่งใหญ่ต่อชะตาฟ้าดินได้ขนาดนั้นหรอก

ตอนนี้คริสตัสแทบจะไม่มีค่าไปกว่าจี้ผูกคอชิ้นหนึ่งซึ่งราคาขายทอดตลาดอย่างมากก็เสมอกับเพชรนิลจินดาดาษๆ เท่านั้น

เจ้าชายขี่ม้าขาวได้ตายลงพร้อมกับอาชาคู่ใจ ส่วนองค์หญิงผู้เลอโฉมก็กำลังแห้งเหี่ยว รอคอยความหวังลมๆ แล้งๆ จนหยากไย่คลุมเกศาขาวโพลน ณ ริมขอบหน้าต่างสลักบานโต

คริสตัลไม่ใช่พระเจ้า วัตถุมงคล หรือเทพพิทักษ์ที่จะคุ้มกันผู้สวมใส่และคนที่เธอรักให้รอดพ้นภัยอันตราย มันเป็นเพียงอัญมณีกาลกิณีที่ดึงดูดเหตุอัปรีย์ตามมาเป็นพรวน

รอยร้าวใจกลางผลึกศักดิ์สิทธิ์คราวที่เธอเขวี้ยงอัดหินและสับด้วยดาบยังจารึกอยู่เด่นชัด หลังทิ้งมันไว้กลางป่าดงที่ฝนไล่ช้างตกกระหน่ำทุกเมื่อเชื่อวัน สุดท้ายก็เป็นเธอเช่นเดิม ที่ต้องซมซานกลับมาขุดคุ้ยหามันอย่างบ้าคลั่ง กลัวว่าสิ่งค้ำจุนสุดท้ายในชีวิตจะมลายไปกับกองเลนเปียกปอน

ราวกับคริสตัลเองก็ตอบสนองด้วยการไม่ยอมเปล่งแสงใดๆ อีกเลย แม้เธอจะคร่ำครวญวิงวอนจนน้ำตาเป็นสายเลือด. มันก็คงอับแสงและเศร้าหมองลงตามวันคืนที่ล่วงผ่าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ปีแล้วปีเล่า เหมือนโรคร้ายที่กำลังบั่นทอนอัญมณีเลิศล้ำให้กลายเป็นเพียงเศษหินอุกกาบาต

สายฝนพรำเนิ่นนานพอๆ กับสภาพจมดิ่งของจิตใจ ...
ถ้าคริสตัลทำให้โลกวิบัติได้ก็ดีสิ โลกนี้จะได้ตายพร้อมกับเธอ ...

ทว่า บัดนี้แววตาระโหยของเลนาเรียกำลังอ่อนโยนลงชั่วขณะ หญิงเจริญวัยดึงเครื่องรับสัญญาณขนาดเท่าเม็ดข้าวที่อนาซิเน่แอบติดไว้บนสร้อยออกมา1 พร้อมๆ กับที่แสงจางหายกลับสู่ภาวะปรกติ
"เรารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่าคริสตัลกำลังสร้างวิญญาณขึ้นมาโอบอุ้มจิตใจของเราอีกดวง" เลนาเรียเอามือสองข้างแนบอก ตอบรับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางกาย โดยเรดาร์ยังส่งเสียงเตือนไม่หยุด

รุ่นและปีที่ผลิตถูกระบุเป็นตัวนูนพิมพ์ทองหลังคำว่า 'คริสตัลเรดาร์ - มาตรฐานอุตสาหกรรม SHIN Corp.'
คล้ายมีอะไรมาดลใจ สาวนักดาบตระหนักว่า สองพี่น้องผู้ว่าจ้างได้ฝากเรดาร์รุ่นใหม่เอี่ยมอ่องไว้กับตน ก็เลยแสร้งปล่อยให้เธอลอยนวลไปก่อน โดยแปะเครื่องติดตามตัวเพื่อมิให้หนีพ้นในภายหลัง2สรุปแล้วอนาซิเน่และอนอนซินูก็เป็นผู้ประสงค์ร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย

"หันหลังกลับไม่ได้แล้ว เราจะไม่ยกทั้งคริสตัลและดาบให้แก่ใครทั้งนั้น !" เลนาเรียลั่นวาจา
"ท่านเทพแห่งป่ามัวห์3ได้ย้ำเตือนเสมอว่า หากคริสตัลบนโลกเสียสมดุล ดวงดาวก็จะหลีกเลี่ยงหายนะมิได้ ดังที่เคยเกิดขึ้นสมัยจอมมาร 'เอ็กเดส' (Ex-Death)4 คืนชีพ ... ธรรมชาติจะปั่นป่วน น้ำจะขุ่นมัว ผืนดินแตกระแหง ลมหยุดพัด ไฟแห่งสรรพชีวิตมอดดับ ยังผลให้ห้วงมิติบิดผัน และพลังงานต่างๆ แปรปรวนจนป่นโลกเป็นผุยผง... เจ้าพวกชินระหน้าโง่ไม่รู้ความจริงข้อนี้หรือ ?"
"เอาเถอะ รอดจากตรงนี้ได้ค่อยคิดกันต่อ ..."

ผู้พิทักษ์คริสตัลเฉพาะกิจ แปะเครื่องติดตามบนสร้อยดังเดิมก่อนจะควักไอเทมลับสุดยอดออกมาจากถุง

มันคือ นาฬิกา 500 กิล ...

- จบ Act10 -



อ้างอิง (ทบทวนความจำกันซักนิด)

1- อยู่ใน Act 3 เป็นจังหวะที่เลนาเรียจามแล้วสองพี่น้องแอบติดเครื่องดักฟังไว้นะครับ บอกไว้กันลืม
2 - อยู่ใน Act 3 ตอนที่อนาซิเน่กดเรดาร์แล้วเจอคริสตัลบนคอของเลนาเรีย ซึ่งเลนาเรียได้โบ้ยไปว่าเรดาร์นี้คงเป็นรุ่นเก่า เพราะมองผลึกชื่อ 'ลูนาริคสโตน' ที่มีโครงสร้างพันธะคล้ายกันเป็นคริสตัล
3 - ท่านเทพแห่งป่ามัวร์ คือ 'ผู้เฒ่าแห่งพฤกษา' ในเกมส์ FF5 ซึ่งมีลักษณะเป็นต้นไม้ยักษ์ซึ่งอุดมด้วยจิตวิญญาณมากมาย (คล้าย Yggsadril ใน FF9 หรือตำนานเทพของยุโรป) แต่ในที่นี้เป็นสรรพนามเรียกของเลนาเรียซึ่งเคยอยู่ในป่ามัวร์มาก่อนเท่านั้น
4 - เอ็กเดส (Ex-Death) เป็น Boss ใหญ่ของเกมส์ FF5 ที่พยายามยึดครองโลกโดยใช้ความผันผวนของมิติดูดกลืนดวงดาวไปสู่ความว่างเปล่า (Void) แม้จะตามสังหาร 'นักรบแห่งรุ่งอรุณ' รุ่นเก่าได้หมด สุดท้ายก็โดนเหล่า 'นักรบแห่งแสง' หรือผู้กล้ารุ่นใหม่ ปราบสิ้นซาก


ความในใจท้ายตอน

กว่าจะอัพตอนนี้ก็ทิ้งช่วงไปนานโขเลยครับ ทั้งนี้ เพราะเว็บAll-Final ซึ่งเป็นบ้านประจำของผมเพิ่งเคยล่มนานขนาดนี้เป็นครั้งแรก ทำให้ผู้คนกระจัดกระจายอย่างไร้จุดหมาย และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ช่วงนี้กำลังบ้าเกมส์ Counter Strike Source มากๆ ก็เลยทำให้งานชะงักงันจนขาดความต่อเนื่องของอารมณ์ในการแต่ง (นี่สินะ เหตุผลที่แม้จริงของเอ็ง ทำอ้างนู่นนี่มากมาย !)

สำหรับตอนนี้เพื่อมิให้ยืดยาวเกินไป จึงได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เนื่องจากมีเนื้อเรื่องแยกกันชัดเจน สำหรับส่วนแรกก็คือเนื้อหาทั้งหมดใน Act 10 และส่วนหลังก็จะยกยอดไป Act 11 แทนครับ

คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งงง เมื่อผมได้เกริ่นย้อนหลังไปถึงตำนานของคริสตัลบางส่วน โดยอ้างอ้อมๆ ถึงผู้กล้าในตำนานในอดีต ซึ่งดูจะไร้ตัวตนอย่างยิ่งในปัจจุบัน ทำให้เลนาเรียต้องฟันฝ่าอุปสรรคตามลำพัง ทั้งยังสอดแทรกปมขัดแย้งกับภูมิหลังที่อาจชวนงงไปบ้าง แต่ก็เจตนาจะแสดงถึงความว้าวุ่นในใจของสาวนักดาบ ที่คาบเกี่ยวครึ่งๆ กลางๆ ระหว่างการประชดประชันชีวิต กับการก้าวต่อไปเพื่อปกป้องคริสตัลในขณะนี้ให้ถึงที่สุด ทว่าเดิมที เป้าหมายของเลนาเรียไม่ได้อยู่ที่การปกป้องคริสตัลนะครับ Act นี้ ถึงได้ใช้ชื่อว่า 'นักรบคริสตัลเฉพาะกิจ' เพราะเธอเพิ่งคิดจะมาปกป้องมันจากชินระและพวกอนาซิเน่

กุญแจสำคัญที่อยากเน้น คงเป็นตอนที่คริสตัลได้เปล่งแสงออกมาน่ะครับ มีผลต่อเนื้อเรื่องมากทีเดียว ส่วนจะเปล่งแสงด้วยเหตุผลอันใด ก็ลองอ่านและวินิจฉัยกันเองนะครับ ถ้าขี้เกียจก็อ่านต่อไปเรื่อยๆ แล้วจะรู้เองแหละ แหะๆ

ขออภัยที่พาเนื้อเรื่องชวนอืดอีกแล้ว ตอนหน้าขอฉับไวกันจริงๆ จังๆ ล่ะลุย !

Gow27 (16/12/2006)

Comment

Comment:

Tweet


Peat - thx สำหรับ comment

เห็นด้วยกับ ment ที่ว่าๆ ควรจะมี event ให้มากกว่านี้ ซึ่งตามความตั้งใจเดิมนั้น กะจะรวม Act 10-11 เข้าเป็นตอนเดียวกันด้วยซ้ำ ทว่า พอเขียนๆ ไป กลับกลายเป็นสองตอนซะงั้น

เนื้อหาหลักๆ ของตอนนี้คือขยาย background ของนางเอก + การได้เป้าหมายเฉพาะหน้าอันใหม่ นอกจากเดินทางไปเอาดาบที่ว่าจ้าง (คือนักรบคริสตัล) แต่มันก็ควรจะเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ ให้ได้มากกว่านี้จริงๆ แหละ เอาไว้บทต่อๆ ไปจะหาวิธีจัดการเรื่องพวกนี้ให้ลงตัวจริงจังเสียที

พูดถึงชินระแล้ว รู้สึกชอบมากที่กำลังเอาตัวละครหรือคนธรรมดาพวกปลาซิว ปลาสร้อย ไปล้มองค์กรระดับโลกทั้งองค์กร ดูแล้วก็เหมือนกำลังเอาไข่ไปกระทบรถถัง ...

นี่เองที่ทำให้เรื่องนี้น่าดูตอนจบว่าจะเป็นอย่างไร
#6 by Gow27 At 2006-12-27 10:06,
มีshin corp ด้วย

หัวใจของตอนนี้ก็คงจะอยู่ที่การกล่าว้ำถึงเรื่องคริสตัล เป้าหมายของชินระ และเป็นการปูทางไปสู่เส้นทางในอนาคตของเลนาเรีย แล้วเลนาเรียจะอาจหาญต้านทานชินระเลยเหรอ ส่วนตัวผมแอบเชียร์ชินระนะ 55

ขอติงว่ายาวไปนิดครับ หัวใจหลักของตอนของมันสั้นมาก เลยหนักน้ำ จริงๆบางท่อนบางประโยคไม่ค่อยจำเป็นทเท่าไหร่ เป็นส่วนที่ทำให้ดูสวยหรูดีครับ แต่ข้อเสียคือทำให้คนอ่านขี้เกียจอ่านได้เช่นกัน

ปกติเวลาผมเขียนเรื่องซักตอน จะวางแผนไว้ก่อนเลยว่าตอนนึงจะจบที่ไหน ในหนึ่งตอนเกิดอะ